วันเดอร์เมย์ รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยว มือ 1 ของโลก

เปิดอ่าน 284 views

เมื่อผู้สื่อข่าวย่างเท้าเข้าไปถึงโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด…สัมผัสแรกที่เข้ามาแตะโสตประสาทของเราก็คือ เสียง รองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นสนามดังเอี๊ยดอ๊าด บวกผสมเข้ากับเสียงหวดไม้แบดฯ ผัวะเพียะดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ โดยมีโค้ชเลือดมังกร ยืนตระหง่านสอนสั่งลูกศิษย์ลูกหาด้วยน้ำเสียงดุดันน่าเกรงขามเหนือเสียงใดๆ ในบริเวณนั้น

ชายชาวจีนวัย 50 ปีที่อยู่ตรงหน้าผู้สื่อข่าว คือ “เซียะ จื่อหัว” ผู้ฝึกสอนชาวจีน หรือในฐานะครูผู้สร้าง “วันเดอร์เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยว มือ 1 ของโลก ซึ่ง “โค้ชเซียะ” สละเวลาอันน้อยนิดพูดคุยกับผู้สื่อข่าวด้วยภาษาไทยสำเนียงจีน บอกเล่าเรื่องราวทุกแง่มุมที่คุณยังไม่เคยรู้ระหว่าง “ครูเลือดจีน” และ “ศิษย์เลือดไทย” แต่จับมือจูงกันไปก้าวไกลถึงระดับโลก!

ได้แชมป์ ไม่ยากเท่าครองแชมป์! เปิดกลยุทธ์สำคัญ รักษามือ 1 ของโลก

วันเดอร์เมย์“เป็นแชมป์ว่ายากแล้ว…รักษาแชมป์นั้นยากกว่า” วลีอมตะภาษาไทยที่ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาชาติใด ทุกคนล้วนเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องตีความให้ยืดยาว โดยโค้ชเซียะกล่าวกับเราภายใต้วินาทีที่ศิษย์คนโปรดขึ้นเป็นสุดยอดมือวาง อันดับ 1 ของโลกว่า “ที่ผ่านมา หากเมย์ไม่ได้แชมป์ เมย์ไม่ได้เป็นมือ 1 ของโลก ประเทศคู่แข่งอื่นๆ อาจไม่ชะม้ายชายตามามองเรามากนัก แต่ตอนนี้เมย์ทำได้แล้ว วินาทีต่อจากนี้ที่ประเทศอื่นๆ จะจัดการกับเราก็คือ เขาจะศึกษาทุกอย่างที่อยู่ในตัวเมย์ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลในการป้องกันตัวเอง เพราะฉะนั้น เราต้องรับมือต่างชาติด้วยวิธีการศึกษาตัวเองให้ถ่องแท้ ศึกษาคู่ต่อสู้ให้รอบด้านเช่นกัน”

“หากผมและเมย์ทำอะไร เรามีเป้าหมายเสมอ โดยเป้าหมายที่ผ่านๆ มาของเราก็คือ คว้าแชมป์โลก ซึ่งปี 2013 เราก็สามารถทำได้ เป้าหมายถัดมาจากแชมป์โลกคือ ขึ้นเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลก ซึ่งเราก็ทำสำเร็จจนได้ ต่อจากนี้ เป้าหมายของเราก็คือ เหรียญทองโอลิมปิก” เซียะ จื่อหัว วางแผนอนาคตผ่านคำพูด พร้อมทอดสายตาไปยังรัชนกที่กำลังซักซ้อมอย่างขะมักเขม้น

เจาะเคล็ดลับสำคัญ ทำไมรัชนกคว่ำเซียนลูกขนไก่ได้ทั่วโลก?

โค้ชชาวจีนภายใต้สังกัดโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอดผู้นี้ มีความผูกพันกับน้องเมย์มามากกว่า 21 ปี ซึ่งไม่ต่างอะไรจากพ่อบังเกิดเกล้าที่ให้ชีวิต แต่โค้ชเซียะคือ พ่อผู้สร้าง “เมย์ รัชนก” อย่างแท้จริง “โค้ชอยู่กับน้องเมย์มา ตั้งแต่เด็กๆ เห็นทุกช่วงชีวิตของเมย์ตั้งแต่เกิดจนโต วันนี้เมย์อายุ 21 ปีแล้ว เขาเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับการฝึกซ้อมที่เราสองคนทุ่มเทให้กันเสมอมา เพราะฉะนั้น เมย์จึงไม่ต่างอะไรจากลูกในสายเลือดของผมเลย” โค้ชเซียะบอกเล่าอย่างยิ้มแย้ม

“ด้วยความที่โค้ชและเมย์อยู่และสู้ด้วยกันมานาน ผมจึงรู้ดีว่า เมย์นิสัยอย่างไร ซึ่งนิสัยของเมย์ไม่เหมือนคนอื่นๆ เขาโดดเด่นมากในเรื่องของความละเอียด ความโดดเด่นในจุดนี้เป็นเรื่องยากที่จะหาใครมาเสมอเหมือนได้ และจุดเด่นสำคัญของเมย์ก็คือ เมื่อเธอก้าวลงไปในสนามของประเทศใดก็ตาม ไม่ว่าเธอจะแข่งกับใคร ไม่ว่าคนดูจะเป็นชาติอะไร ไม่ว่ากรรมการจะเป็นอย่างไร เมย์ไม่กลัว เมย์ไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น และนี่คือความแตกต่างที่หายากจากตัวนักกีฬาคนอื่น เพราะเคล็ดลับของนักกีฬาคือ ใจที่แข็งแกร่งสำคัญกว่าฝีมือ” โค้ชแดนมังกร ผู้สร้างมือหนึ่งของโลก กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

 

เทรนเมย์ไปคว่ำจีน กลัวคนสายเลือดเดียวกันสับแหลกหรือไม่?

ผู้สื่อข่าวถามตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อมกับโค้ชเลือดจีนร้อยเปอร์เซ็นต์ผู้นี้ว่า “ในเกมที่น้องเมย์ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่มีเลือดจีนแท้ๆ เช่นเดียวกับโค้ชเซียะ โค้ชไม่กลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชาวจีนหรือ?” ซึ่งคำตอบของโค้ชเลือดจีน หัวใจไทยผู้นี้ก็คือ “โค้ช อยู่เมืองไทยมานานมากกว่า 20 ปี อยู่มานานจนเสมือนเป็นคนไทยคนหนึ่งไปแล้ว ที่ผ่านมา เมย์เคยได้แชมป์โลกและแชมป์เอเชียมาแล้ว สองศึกนี้ล้วนแข่งที่ประเทศจีนทั้งสิ้น และสมัยนี้จีนพัฒนาไปไกลมาก คนจีนเขารับได้ เพราะจีนเองก็จ้างโค้ชต่างชาติมาสอนในประเทศมากมาย มิหนำซ้ำยังจะซื้อตัวน้องเมย์ไปแข่งที่เมืองจีนเลยด้วยซ้ำ”

“คำว่า กีฬา ไม่มีเชื้อชาติ เพราะเวลาที่โค้ชพาน้องเมย์ไปแข่งที่เมืองจีน คนจีนที่เชียร์น้องเมย์ก็มีไม่น้อย หากถามว่าเพราะอะไร คำตอบก็คือ ความมีมารยาทของน้องเมย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกต่างรับรู้และชื่นชม และทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กคนนี้มีมารยาท ไปมาลาไหว้ เมย์ไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นคนสูงส่ง น้องไหว้ตั้งแต่กรรมการยันคนถูพื้น และสิ่งดีๆ แบบนี้ มาจากรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยซึ่งจะโดดเด่นในเรื่องของความเป็นมิตร สุภาพ ยิ้มแย้ม ในบางเกมอาจมีกรรมการตัดสินถูกบ้าง ผิดบ้าง หรือผู้ชมพูดจาไม่ดีบ้าง แต่น้องเมย์ก็ยังยิ้มได้เสมอ ในส่วนของจิตใจตรงนี้ เป็นสิ่งที่เมย์มีเอง โค้ชไม่ได้สั่งให้เมย์มี” โค้ชคู่ใจนักแบดฯ หญิงเดี่ยวมือหนึ่งของโลก กล่าวอย่างภาคภูมิ

การสอนของจีน VS ไทย…โหดน้อย โหดมาก แตกต่างอย่างไร-เมย์เคยโดนแค่ไหน?

Subhead ด้านบนนั้น คือคำถามของผู้สื่อข่าว โดย เซียะ จื่อหัว อดีตนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติจีน ตอบข้อคาใจของเราข้อนี้ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน เมืองจีนมีการฝึกซ้อมนักกีฬาที่ดุดัน และละเอียดมาก ซึ่งการฝึกซ้อมของไทยกับจีนนำมาเทียบกันไม่ได้เลย เพราะโค้ชที่จีนสามารถตีลูกศิษย์ได้เลย ไม่ว่าจะตีด้วยมือ ตีด้วยไม้แบดฯ  หรือตีด้วยอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้มือ แต่ในเมืองไทย โค้ชจะกระทำเช่นนี้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันการฝึกสอนแบบเดิมๆ ของจีนเปลี่ยนไปแล้ว และเริ่มมีความเป็นสากลขึ้นมามากพอสมควร

“ตอนโค้ชมาที่นี่แรกๆ อาจจะโหดบ้าง แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้คำพูดมากกว่า สมัยก่อนที่สอนโค้ชเป้ก็ยังโหดมาก พอมาถึงยุคน้องเมย์ก็เบามาหน่อย แต่ก็เคยโหดสุดจนน้องเมย์ร้องไห้ เอาง่ายๆ คือน้องเมย์ซ้อมไปร้องไห้ไป ถึงแม้น้องเมย์จะร้องไห้อย่างไร โค้ชก็ไม่ให้หยุดซ้อม” โค้ชชาวจีนกล่าวถึงวิธีการสอนแบบเข้มงวด แต่หวังผลสำเร็จ

 

ทิ้งสัญชาติจีน ยึดสัญชาติไทย ถามตรงๆ โค้ชเซียะยอมหรือ?

พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 มาตรา 10 ระบุว่า คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ 1.บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ 2.มีความประพฤติดี 3.มีอาชีพเป็นหลักฐาน 4.มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทย ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี และ 5.มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา 11 ระบุว่า บทบัญญัติตามมาตรา 10 ข้อ 4 และ 5 ไม่ให้นำมาใช้บังคับถ้าผู้ขอแปลงสัญชาติ ได้กระทำความดีความชอบเป็นพิเศษต่อประเทศไทย หรือทำคุณประโยชน์แก่ทางราชการ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร

จากการขอเปลี่ยนสัญชาติจีนเป็นสัญชาติไทยของโค้ชเซียะนั้น กุนซือคู่ใจรัชนก กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตามกฎหมายจะถือได้สัญชาติเดียว จะถือทั้งสองสัญชาติไม่ได้ ซึ่งโค้ชมีความยินดีอย่างมากที่จะถือสัญชาติไทย เพราะโค้ชอยู่เมืองไทยมานานถึง 24 ปี เพราะฉะนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ของโค้ชจึงเสมือนคนไทยคนหนึ่ง และที่สำคัญ โค้ชอยากอยู่เมืองไทยต่อไป

 

“ตอนนี้โค้ชถือสัญชาติจีน ถือพาสปอร์ตจีนอยู่ เวลาไปต่างประเทศ 10 ประเทศ ก็ต้องไปขอวีซ่าทั้งหมด 10 ประเทศ เช่น จะไปเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน โค้ชก็ต้องขอวีซ่าทุกครั้งไป มิหนำซ้ำ การทำวีซ่านั้น ยากลำบากจริงๆ เพราะตัวจริงต้องไปด้วย และการทำวีซ่าบางประเทศต้องไปถึงสองครั้ง และอย่างที่หลายๆ คนรู้ ตอนนี้น้องเมย์ต้องแข่งกับต่างประเทศโดยตลอด หากได้สัญชาติไทยก็จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่น ไม่เป็นอุปสรรคในการลุยแข่งขัน”

“มีครั้งหนึ่งที่โค้ชไปอินเดีย เจ้าหน้าที่อินเดียเห็นพาสปอร์ตจีนของโค้ช จู่ๆ เขาก็ไม่ให้เข้าประเทศ เพราะหมายเลขพาสปอร์ตตัวแรกของโค้ชเป็นตัว E เขาจึงสั่งห้ามไม่ให้เข้าประเทศ เราจึงถามเขาว่า ทำไมตัว E เข้าไม่ได้ เขาตอบกลับเรามาเพียงสั้นๆ ว่า ผู้ใหญ่สั่งมา ซึ่งทุกวันนี้โค้ชก็ยังไม่รู้ว่า ทำไมถึงเข้าไม่ได้ ทั้งๆ ที่จองโรงแรม และเตรียมเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” เซียะ จื่อหัว ปรับทุกข์กับผู้สื่อข่าวถึงปัญหาที่ผ่านพบมา

หากให้คำนิยามแก่น้องเมย์เป็นภาษาจีน ต้องพูดว่าอย่างไร
เราถามโค้ชคู่ใจของนักแบดฯ หญิงเดี่ยวอันดับ 1 ของโลก
โค้ชเซียะ ตอบกลับมาช้าๆ เพื่อให้เราฟังชัดว่าๆ
“เทียน ฉาย เส้า หลุ่ย”
ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “สาวน้อยมหัศจรรย์”

ข้อมูลจาก :http://www.thairath.co.th/content/609686

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : วันเดอร์เมย์ รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยว มือ 1 ของโลก

ร่วมแสดงความคิดเห็น