เรื่องของไมเคิลกับแม่_และโรคสมาธิสั้น

เปิดอ่าน 471 views

ข่าวล่าสุดในเช้าวันนี้ ไมเคิล เฟลป์ส นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติอเมริกัน ก็ได้เหรียญทอง โอลิมปิกเหรียญที่ 21 ไปเรียบร้อย ถือเป็นนักกีฬาคนเดียวที่คว้าเหรียญทองการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้มากที่สุด

ไมเคิล ถือเป็นสุดยอดนักกีฬาว่ายน้ำของอเมริกาและของโลกใบนี้ ความยอดเยี่ยมเริ่มต้น นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ 6 เหรียญทองในโอลิมปิกปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ และได้ถึง 8 เหรียญทองในปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง และปี 2012 ที่กรุงลอนดอน เขาก็คว้ามา 4 เหรียญทอง จนกระทั่งมาในปีนี้ ที่ริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล เขาได้ไปแล้ว 3 เหรียญ และยังคงมุ่งหน้าคว้าเหรียญต่อไป

แต่เส้นทางชีวิตของไมเคิลก็ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ

ในครั้งแรกที่เค้าลงแข่งโอลิมปิกในปี 2000 เขาอายุเพียง 15 ปี ในครั้งนั้น เขากลับบ้านด้วยมือเปล่า ไม่สามารถคว้าเหรียญใดๆได้จากการแข่งขัน

และก่อนหน้านั้น ใครจะทราบว่าเมื่อไมเคิลยังเป็นเด็ก ชีวิตวัยเด็กของเขาก็ไม่ง่ายเช่นกัน

เขาเป็นเด็กที่มีปัญหาการเรียน อยู่นิ่งไม่ได้ ซุกซน คุยกับเพื่อนบ่อยๆ ถูกครูดุเป็นประจำ ในวันหนึ่งคุณครูบอกกับแม่ของไมเคิลว่า ไมเคิลคงจะเรียนหนังสือไม่ได้ เขาเป็นเด็กมีปัญหารบกวนเพื่อน และทำให้คุณครูลำบาก

แต่สิ่งที่คุณแม่ของไมเคิลถามคุณครูไป ก็คือ

‘แล้วถ้าเป็นแบบนั้น คุณครูจะช่วยเขาได้ยังไงบ้าง’

คุณแม่ของไมเคิลมีความเชื่อว่า การดูแลช่วยเหลือเด็ก เป็นหน้าที่ของครอบครัว รวมถึงคุณครู และใครก็ตามที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

ในที่สุดคุณแม่ ก็พาไมเคิลไปตรวจกับจิตแพทย์เด็ก และพบว่า ไมเคิลเป็นโรคสมาธิสั้น

ในตอนแรกคุณแม่รู้สึกตกใจและเป็นกังวล แต่เมื่อทราบว่าโรคนี้สามารถดูแลรักษาได้ คุณแม่ก็สบายใจขึ้น

ในช่วงแรกไมเคิลได้รับยาเพื่อรักษาอาการสมาธิสั้น สมาธิของเค้าดีขึ้นบ้าง แต่ยังคงมีความหุนหันพลันแล่นอยู่ ไมเคิลเป็นเด็กใจร้อน โกรธง่าย หายเร็ว

ในที่สุดคุณแม่ตัดสินใจพาไมเคิลไปฝึกว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังกายและอาจจะช่วยเรื่องสมาธิ และไมเคิลก็ทำได้ดี แม้ยังมีอาการหุนหันพลันแล่นจากโรคที่เป็นบ้าง

มีครั้งหนึ่ง ตอนอายุ 10 ขวบ แม่เล่าว่าเมื่อไมเคิลแข่งว่ายน้ำได้ที่สอง เขาโกรธตัวเองมาก จนขว้างแว่นตาว่ายน้ำทิ้ง

ยาคงช่วยได้ในส่วนหนึ่งแต่อีกอย่างที่สำคัญนั้น ต้องอาศัยกำลังใจจากตัวเองและคนรอบข้าง ความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ

ในที่สุดเมื่ออายุประมาณ 13 ปี หลังจากการรักษาอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด หมอก็ไม่ได้ให้ไมเคิลกินยาสมาธิสั้นต่อ เขาพยายามควบคุมตัวเอง ออกกำลังกาย เล่นกีฬา มีระเบียบวินัยในตัวเอง และด้วยกำลังใจจากแม่ อาการสมาธิสั้นของเขาก็ดีขึ้น

ในครั้งแรกที่ไมเคิลได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ คุณแม่ของเขาบอกว่า เธอดีใจมากจนร้องไห้

ในโลกนี้มีเด็กและผู้ใหญ่มากมายที่เป็นสมาธิสั้น แต่มันไม่ใช่ข้อจำกัดในการประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิต มีคนในสังคมที่มีชื่อเสียงมากมายที่เป็นสมาธิสั้น หลายๆคนมีอาชีพเป็นแพทย์ วิศวกร อาจารย์ ผู้บริหาร

เพียงแต่คนรอบข้างจะให้ความเข้าใจและการยอมรับพาเด็กเข้าสู่กระบวนการรักษา เด็กจะรู้สึกดีและมีความสุขขึ้นในการเรียน และการใช้ชีวิตประจำวัน

Life without limits
ชีวิตนี้ไม่มีข้อจำกัด
ขอเพียงแต่มีความหวัง และได้รับโอกาส

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เรื่องของไมเคิลกับแม่_และโรคสมาธิสั้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น