NEW YORK, NY - SEPTEMBER 09: Novak Djokovic of Serbia returns a shot during his men's singles semifinal match against David Ferrer of Spain on Day Fourteen of the 2012 US Open at USTA Billie Jean King National Tennis Center on September 9, 2012 in the Flushing neighborhood of the Queens borough of New York City. (Photo by Al Bello/Getty Images) *** Local Caption *** Novak Djokovic

เทนนิส  เป็นกีฬาที่เล่นในร่มหรือกลางแจ้งโดยมีผู้เล่น 2 คนในประเภทเดี่ยว และ 4 คนในประเภทคู่ ใช้ไม้เทนนิสตีส่งลูกไปมาเหนือตาข่ายภายในเขตที่กำหนด โดยพยายามไม่ ให้คู่ต่อสู้รับลูกได้ เทนนิสเป็นเกมกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งใช้ไม้แร็กเก็ต เป็นการแข่งขันระหว่างผู้เล่นสองคน (Singles) หรือระหว่างผู้เล่นสองคู่ (Doubles) กีฬาเทนนิสถือกำเนิดในยุโรปช่วงปลายศตวรรษที่19 ช่วงแรกๆนั้นเทนนิสได้แพร่ขยายไปยังกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง แท้จริงแล้วเทนนิสเป็นกีฬาสากลและเป็นเกมที่เล่นกันเกือบทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปีค.ศ.1926 ซึ่งมีการจัดTournamentครั้งแรก เทนนิสจึงได้กลายเป็นกีฬาอาชีพ เทนนิสได้ถูกบรรจุในกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงโซล ปีค.ศ.1988 การแข่งขันจะแบ่งออกเป็นเซต แต่ละเซตแบ่งเป็นเกม แต่ละเกมเริ่มต้นด้วยคะแนน 0 ต่อ 0 การนับคะแนนเริ่มจาก 0-15 หรือ 15-0 โดยขานคะแนนของฝ่ายส่งลูกก่อน ตามด้วย 30 และ 40 ถ้าคะแนนเสมอกัน 40-40 เรียกว่า “ดิวซ์” (deuce) หากใครทำคะแนนสองแต้มติดต่อกันจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น และใครได้ 6 เกมก่อนจะเป็นผู้ชนะในเซต หากเสมอกัน 6-6 เกม ต้องแข่งขันกันในไทเบรก (tie-break) นับแต้ม 1, 2, 3, … ใครได้ 7 แต้มก่อนเป็นฝ่ายชนะในเซตนั้น ถ้าเป็นการแข่งขันในทัวนาร์เมนต์ทั่วไปจะแข่งกันเพื่อหาผู้ชนะใน 3 เซต ใครได้ 2 เซตก่อนเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าเป็นแกรนด์สแลมจะแข่งกันเพื่อหาผู้ชนะใน 5 เซต ใครได้ 7 แต้มก่อนเป็นฝ่ายชนะในเซตนั้น กรณีที่แต้มเท่ากัน 6-6 หรือ 7-7 ผู้ชนะจะต้องมีแต้มห่างจากคู่แข่งขัน 2 แต้มจึงจะถือว่าจบการแข่งขัน Tie Break เช่น กรณีแต้มเท่ากันที่ 7-7 ผู้ชนะต้องได้คะแนนห่างจากคู่แข่งขัน 2 แต้ม คือต้องได้ 9-7 จึงจะเป็นฝ่ายชนะ ในประเภทคู่ ถ้าได้คู่ละเซตแล้ว ต้องตัดสินด้วย Super Tiebreak ใครถึง 10 คะแนนก่อนถือว่าเป็นฝ่ายชนะ

 

วิธีนับแต้มในแต่ละเกมเทนนิส

  วิธีนับแต้มในแต่ละเกม

วิธีการนับแต้มของกีฬาเทนนิส คือ แต้มที่ 1 นับ 15 แต้มที่ 2 นับ 30 แต้มที่ 3 นับ 40 หากผู้เล่นคนใดได้แต้มที่ 4 ก่อน จะถือว่าเป็นผู้ชนะในเกมแต่ถ้าในกรณีที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายได้แต้มสามแต้มเท่ากันให้ขานแต้มว่า ดิวซ์ (Deuce) ฝ่ายได้แต้มก่อนให้ขานแต้มว่า ได้เปรียบ และถ้าผู้เล่นคนเดิมได้แต้มต่อไปอีกหนึ่งแต้ม ผู้เล่นคนนั้นชนะในเกมทันที แต่หากยังไม่ได้แต้ม ต้องมาดิวซ์กันใหม่จนกว่าจะมีฝ่ายใดได้ 2 แต้มติด จึงจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น

ส่วนที่มาของการนับแต้ม 15, 30, 40 มาจากสมัยก่อนใช้นาฬิกาในการขึ้นคะแนน โดยเข็มสั้นและเข็มยาวเป็นตัวแทนผู้เล่น มีวิธีการนับดังนี้

แต้มที่ 1 นับ 15 เลื่อนเข็มนาฬิกาไปที่เลข 3 ขานแต้มว่า Fifteen

แต้มที่ 2 นับ 30 เลื่อนเข็มนาฬิกาไปที่เลข 6 ขานแต้มว่า Thirty

แต้มที่ 3 ในกีฬาเทนนิสจะนับ 45 เลื่อนเข็มนาฬิกาไปที่เลข 9 ขานแต้มว่า Forty-five จนกระทั่งปี ค.ศ. 1875 สโมสร Marylebone Cricket Club (MCC) ในอังกฤษซึ่งเป็นผู้ออกกฎกติกาเทนนิสสมัยใหม่ ได้เปลี่ยนมานับแต้มที่สามเป็น 40 หรือ Forty แทน เพื่อให้กรรมการออกเสียงง่ายขึ้น

แต้มที่ 4 เข็มนาฬิกาไปที่เลข 12 ขานแต้มว่า เกมส์ (Game) เป็นอันจบเกม

การได้แต้ม

ผู้เสิร์ฟจะได้แต้มเมื่อ

1. ลูกที่เสิร์ฟที่ไม่ได้เป็นเล็ทดังที่ระบุไว้ว่า ลูกไปสัมผัสผู้รับหรือสิ่งที่ผู้รับสวมหรือถืออยู่ก่อนที่จะสัมผัสพื้น

2. ผู้รับทำเสียแต้ม

โอกาสที่ผู้รับได้แต้ม

ผู้รับจะได้แต้มเมื่อ

1. ผู้เสิร์ฟเสียสองลูกติดต่อกัน

2. ผู้เสิร์ฟทำเสียแต้ม

การเสียแต้ม

ผู้เล่นจะเสียแต้มเมื่อ

1. ผู้เล่นไม่สามารถตีลูกที่อยู่ในการเล่นให้ข้ามตาข่ายกลับไปก่อนที่ลูกจะสัมผัสพื้นสองครั้งได้

2. ผู้เล่นตีลูกที่อยู่ในการเล่นไปสัมผัสพื้น สิ่งติดตั้งถาวร หรือวัตถุอื่นใดซึ่งอยู่นอกเส้นที่ล้อมรอบสนามของคู่ต่อสู้

3. ผู้เล่นตีลูกก่อนลูกตกถึงพื้น แต่เสีย แม้จะยืนอยู่นอกสนามก็ตาม

4. ผู้เล่นใช้ไม้เทนนิสสัมผัสลูกหรือตีลูกที่อยู่ในการเล่นมากกว่าหนึ่งครั้ง

5. ไม้เทนนิสหรือสิ่งที่ผู้เล่นสวมหรือถืออยู่ สัมผัสตาข่าย เสา ไม้ค้ำตาข่าย เชือกขึงตาข่าย แถบขึงตาข่าย แถบหุ้มตาข่าย หรือสนามของคู่ต่อสู้ ในขณะที่ลูกอยู่ในการเล่น

6. ผู้เล่นตีลูกก่อนที่ลูกจะตกถึงพื้นหรือก่อนที่ลูกนั้นข้ามตาข่ายมา

7. ลูกที่อยู่ในการเล่น สัมผัสร่างกายของผู้เล่นหรือสิ่งที่ผู้เล่นสวมอยู่ เว้นแต่ไม้เทนนิสที่ถืออยู่

8. ผู้เล่นขว้างไม้เทนนิสไปถูกลูก

9. ผู้เล่นตั้งใจทำให้รูปร่างของไม้เทนนิสที่ใช้ตีอยู่เปลี่ยนแปลงในระหว่างการเล่นแต้ม

เกมไทเบรก

เกมไทเบรก คือ การเล่นเกมสุดท้ายอันเป็นเกมตัดสิน ในกรณีที่เกมดำเนินมาถึง 6-6 หากผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคะแนนถึง 7 พอยท์เป็นคนแรก ผู้เล่นคนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะในเกมเซต ซึ่งเกมไทเบรกจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีผู้เล่นทำคะแนนนำไปได้ 2 พอยท์ อาทิ 9-7, 16-14 เป็นต้น

การนับแต้มระบบไทเบรก

ใช้ระบบนับแต้มที่เรียกว่า “No Ad Scoring” ซึ่งเป็นวิธีการนับเลขแบบก้าวหน้าเรียงขึ้นไปตามลำดับคือ แต้ม 1, 2, 3, … หากผู้เล่นคนใดได้  7แต้มก่อน ถือว่าเป็นฝ่ายชนะในเซตนั้น

รายการแข่งขันเทนนิสในระดับสากล

Davis Cup

เป็นการแข่งขันประเภททีมชายของแต่ละประเทศทั่วโลก การแข่งขันจะมีทั้งหมด 5 แมตช์ โดยการแข่งขันในวันแรกจะเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวชนมือ โดยผู้เล่นมือ 1 ปะทะกับมือ 1 และมือ 2 ปะทะกับมือ 2 ของแต่ละทีม ในวันที่สองเป็นการแข่งขันประเภทคู่ และวันที่สามจะเป็นการแข่งขัน ประเภทเดี่ยวสลับมือ คือ ผู้เล่นมือ 1 ปะทะกับมือ 2 ของแต่ละทีม ทุกแมตช์แข่งขันโดยใช้ระบบ 3 ใน 5 เซต

Federation Cup  (Fed Cup)

เป็นการแข่งขันประเภททีมหญิงของแต่ละประเทศทั่วโลก โดยแข่งขันกันให้จบสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ มีการแข่งขันทั้งหมด 5 แมตช์ โดยการแข่งขันในวันแรกจะเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวสลับมือ คือ ผู้เล่นมือ 1 ปะทะกับมือ 2 ของแต่ละทีม ในวันที่สองเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวชนมือ โดยผู้เล่นมือ 1 ปะทะกับมือ 1 และมือ 2 ปะทะกับมือ 2 ของแต่ละทีม และการแข่งขันประเภทคู่ทุกแมตช์ จะแข่งขันในระบบ 2 ใน 3 เซต

Grand Slam

มีการแข่งขันทั้งหมด 4 รายการ โดยจะเริ่มแข่งขันกันตั้งแต่ต้นปีไล่ไปจนถึงปลายปี ถือเป็นการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของวงการนักเทนนิสอาชีพ ประกอบด้วย

– ออสเตรเลียนโอเพ่น (Australian Open) แข่งขันในช่วงเดือนมกราคม ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

– เฟรนช์ โอเพ่น (French Open) แข่งขันในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นแกรนด์สแลมรายการเดียวที่จัดแข่งขันกันบนคอร์ตดิน

– วิมเบิลดัน (Wimbledon) แข่งขันในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถือเป็นแกรนด์สแลมรายการเดียวที่จัดแข่งขันบนคอร์ตหญ้า และเป็นการแข่งขันแกรนด์สแลมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

– ยูเอส โอเพ่น (U.S.Open) แข่งขันในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้หากนักเทนนิสคนใดสามารถที่จะชนะเลิศทั้ง 4 รายการติดต่อกันจะถือว่าเป็น แชมป์เปียนแกรนด์สแลม ซึ่งการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ประเภท คือ ชายเดี่ยว ชายคู่ หญิงเดี่ยว หญิงคู่ และคู่ผสม

เครดิต :
http://student.st.ac.th/lmonkey/tennis.html
https://sites.google.com/a/rpg15.ac.th/noree-saeyang/withi-nab-taem-ni-taela-kem-thennis



ทักอนันต์สิทธ เวียงคํา นักเทนนิส

นักเทนนิสเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี

เยาวชนชายเดี่ยวอายุไม่เกิน 10 ปี

1. เจตพัฒน์ ศรีระวีวงศา
2. ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี
3. คุณานันท์ พันธราธร

กติกาเทนนิส

 

ผู้เสิร์ฟและผู้รับ (Server & Receiver)
ผู้เล่นจะต้องอยู่คนละข้างของตาข่าย ผู้เล่นซึ่งเป็นผู้ส่งก่อนเรียกว่า “ผู้เสิร์ฟ” (Server) ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเรียก “ผู้รับ” (Receiver)

ปัญหาที่ 1 : ผู้เล่นขณะพยายามตีลูก หากล้ำแนวเส้นสมมติที่ลากตรงต่อจากตาข่ายออกไปจะเสียแต้มหรือไม่

(1) ก่อนตีถูกลูก
(2) หลังตีถูกลูกแล้ว

ข้อชี้ขาด : ไม่เสียแต้มทั้งสองกรณี เว้นแต่ผู้นั้นจะล้ำเข้าไปในสนามของคู่ต่อสู้ (กติกา ข้อ 20 (5)) ในกรณีที่เกิดการขัดขวางใดๆขึ้น คู่ต่อสู้ของผู้นั้นอาจจะขอคำตัดสินจากผู้ตัดสินได้ตามกติกาข้อ 21 และข้อ 25

ปัญหาที่ 2 : ผู้เสิร์ฟอ้างว่าผู้รับจะต้องยืนอยู่ภายในเส้นขอบของสนามถูกต้องหรือไม่

ข้อชี้ขาด : ไม่ถูกต้อง ผู้รับจะยืนอยู่ที่ใดในด้านของตนก็ได้ตามใจชอบ

การเลือกแดนและเลือกเสิร์ฟ (Choice of Ends & Service)

การเลือกแดนก็ดี การเลือกสิทธิ์ที่จะเป็นผู้เสิร์ฟหรือผู้รับในเกมแรกก็ดี ให้ชี้ขาดด้วยการเสี่ยง (Toss) ผู้เล่นที่ชนะในการเสี่ยงจะมีสิทธิ์เลือกหรือขอร้องให้คู่ต่อสู้เลือก

(1) สิทธิ์ที่จะเป็นผู้เสิร์ฟหรือผู้รับ ในกรณีที่ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้เลือกแดนหรือ
(2) เลือกแดน ในกรณีนี้ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิ์ที่จะเลือกเป็นผู้เสิร์ฟหรือผู้รับ

ปัญหาที่ 1 : ผู้เล่นมีสิทธิ์เล่นใหม่หรือไม่ ถ้ามีการเลื่อนการแข่งขันหรือหยุดการแข่งขัน
ข้อชี้ขาด : มีสิทธิ์ ถือว่าการเสี่ยงทายเดิมใช้ได้ แต่การเลือกอาจจะเปลี่ยนเป็นเลือกเสิร์ฟหรือเลือกแดนใหม่

การเสิร์ฟ (The Service)

การเสิร์ฟจะต้องกระทำดังนี้ คือ ก่อนเสิร์ฟผู้เสิร์ฟต้องยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างหลังเส้นหลัง (คือให้เส้นหลังอยู่ระหว่างตาข่ายกับผู้เสิร์ฟ) และยืนอยู่ระหว่างเส้นสมมติที่ลากตรงต่อออกไปจากจุดกึ่งกลาง (Center-Mark) และเส้นข้าง ต่อจากนั้นให้ผู้เสิร์ฟใช้มือโยนลูกขึ้นไปในอากาศในทิศทางใดก็ได้แล้วใช้ไม้เทนนิสตีลูกนั้นก่อนตกถึงพื้น เมื่อไม้เทนนิสสัมผัสลูกก็ถือว่าการเสิร์ฟครั้งนั้นเสร็จสิ้นแล้ว ถ้าผู้เล่นมีแขนข้างเดียวจะใช้ไม้เทนนิสช่วยโยนลูกในการเสิร์ฟก็ได้

ปัญหาที่ 1 : ในการเล่นเดี่ยว ผู้เสิร์ฟจะยืนหลังเส้นหลังในแนวที่อยู่ระหว่างเส้นข้างของสนามประเภทเดี่ยวกับเส้นข้างของสนามประเภทคู่ได้หรือไม่
ข้อชี้ขาด : ไม่ได้

ปัญหาที่ 2 : ผู้เล่นขณะทำการเสิร์ฟ โยนลูกขึ้นไป 2 ลูก หรือมากกว่า แทนที่จะโยนลูกเดียว จะถือว่าผู้นั้นเสิร์ฟเสียหรือไม่
ข้อชี้ขาด : ไม่ถือว่าเสีย ผู้ตัดสินควรขาน “เล็ท” แต่ถ้าผู้ตัดสินเห็นว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ อาจจะถือปฏิบัติตามกติกาข้อ 21 ก็ได้

กติกาเทนนิส ฉบับเต็ม

การแข่งขันประเภทเดี่ยว (The singles Game)

ข้อ 1 สนาม (The Court)

สนามต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 78 ฟุต (23.77 เมตร) กว้าง 27 ฟุต (8.23 เมตร)

สนามจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยตาข่าย (Net) ซึ่งห้อยลงมาจากเชือกขึงตาข่าย (Cord or Metal Cable) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1/3 นิ้ว (0.8 เซนติเมตร) ปลายเชือกขึงตาข่ายต้องขึงติดกับหัวเสาหรือพาดผ่านเสาสองต้น เสา (Post) ต้องเป็นเสาสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวไม่เกิน 6 นิ้ว (15 เซนติเมตร) หรือเป็นเสากลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 6 นิ้ว (15 เซนติเมตร) เสาทั้งสองนี้จะต้องไม่สูงกว่าส่วนบนของเชือกขึงตาข่ายเกิน 1 นิ้ว จุดกึ่งกลางของเสาทั้งสองต้นต้องอยู่ห่างจากสนามข้างละ 3 ฟุต (0.914 เมตร) ความสูงของเสาต้องทำให้ส่วนบนของเชือกขึงตาข่ายอยู่สูงจากพื้นสนาม 3 ฟุต 6 นิ้ว (1.07 เมตร)

ในการแข่งขันประเภทเดี่ยวซึ่งใช้สนามและตาข่ายของประเภทคู่ (ดูกติกาข้อ 34) จะต้องปรับตาข่ายให้สูง 3 ฟุต 6 นิ้ว (1.07 เมตร) โดยเพิ่มเสาขึ้นสองต้น เสาที่เพิ่มนี้เรียกว่า “ไม้ค้ำตาข่าย” (Singles Sticks) เสานี้ต้องเป็นเสาสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวไม่เกิน 3 นิ้ว (7.5 เซนติเมตร) หรือเป็นเสากลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 3 นิ้ว (7.5 เซนติเมตร) จุดกึ่งกลางของไม้ค้ำตาข่ายต้องอยู่ห่างจากสนามประเภทเดี่ยวข้างละ 3 ฟุต (0.91 เมตร)

ตาข่ายต้องขึงเต็มปิดช่องระหว่างเสาทั้งต้นให้หมด ตาข่ายต้องมีตาขนาดเล็กพอที่จะไม่ให้ลูกเทนนิสลอดได้ ตรงจุดกึ่งกลางของตาข่ายต้องสูงจากพื้น 3 ฟุต (0.91 เมตร) และต้องมีแถบขึงตาข่าย (Strap) สีขาวกว้างไม่เกิน 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) ยึดไว้กับพื้น แต่ละด้านของตาข่ายต้องมีแถบหุ้มตาข่าย (Band) สีขาวหุ้มเชือกขึงตาข่ายและขอบบนของตาข่าย แถบนี้ต้องกว้างไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) และต้องไม่มากกว่า 2 1/2 นิ้ว (6.3 เซนติเมตร)

ต้องไม่มีโฆษณาใดๆ บนตาข่าย แถบหุ้มตาข่าย หรือไม้ค้ำตาข่าย

เส้นที่อยู่ปลายสุดของสนามทั้งสองข้างเรียกว่า “เส้นหลัง” (Base-Line) เส้นทีอยู่ด้านข้างของสนามทั้งสองด้านเรียกว่า “เส้นข้าง” (Side-Lines) เส้นที่ลากขนานกับตาข่ายทั้งสองด้านและห่างจากตาข่ายด้านละ 21 ฟุต (6.40 เมตร) เรียกว่า “เส้นเสิร์ฟ” (Service Lines) เส้นตรงที่ลากจากจุดกึ่งกลางของเส้นเสิร์ฟด้านหนึ่งขนานกับเส้นข้างไปยังจุดกึ่งกลางของเส้นเสิร์ฟอีกด้านหนึ่ง เรียกว่า “เส้นเสิร์ฟกลาง” (Centre-Service-Line) เส้นนี้ต้องกว้าง 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) และจะแบ่งพื้นที่แต่ละด้านของตาข่ายระหว่างเส้นเสิร์ฟกับเส้นข้างออกเป็นสองส่วนเท่ากัน แต่ละส่วนเรียกว่า “คอร์ตเสิร์ฟ” (Service-Courts) เส้นหลังทั้งสองด้านจะถูกแบ่งครึ่งโดยจุดกึ่งกลาง (Centre Mark) ซึ่งเป็นเส้นขีดให้สัมผัสและตั้งฉากกับเส้นหลังเข้าไปในสนาม อยู่แนวเดียวกับเส้นเสิร์ฟกลางจุดกึ่งกลางนี้ต้องยาว 4 นิ้ว (10 เซนติเมตร) กว้าง 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) เส้นอื่นๆนอกจากนี้ต้องกว้างไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร) และไม่มากกว่า 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) เว้นแต่เส้นหลังอาจกว้างได้ไม่มากกว่า 4 นิ้ว (10 เซนติเมตร) ความกว้างและขนาดของส่วนต่างๆ ของสนามต้องวัดจากขอบด้านนอกของแต่ละเส้น เส้นทุกเส้นต้องเป็นสีเดียวกัน

ประกาศโฆษณาหรือวัตถุใดๆที่อยู่ด้านหลังของสนามต้องไม่มีสีขาว สีเหลือง สีอ่อน อาจใช้ได้ถ้าไม่รบกวนสายตาของผู้เล่น

ประกาศโฆษณาที่ติดอยู่กับเก้าอี้ของผู้กำกับเส้นซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังของสนาม ต้องไม่มีสีขาว สีอ่อนอาจใช้ได้ถ้าไม่รบกวนสายตาของผู้เล่น

หมายเหตุ ในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศ (Davis cup) หรือการแข่งขันชิงชนะเลิศซึ่งจัดขึ้นเป็นทางการโดยสหพันธ์เทนนิสระหว่างประเทศ ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องมีพื้นที่หลังเส้นแต่ละข้างไม่น้อยกว่า 21 ฟุต (6.4 เมตร) และมีพื้นที่ข้างสนามแต่ละข้างไม่น้อยกว่า 12 ฟุต (3.66 เมตร) เก้าอี้ผู้กำกับเส้นจะต้องวางไว้ทางด้านหลังสนามภายในระยะไม่เกิน 21 ฟุต และด้านข้างของสนามในระยะไม่เกิน 12 ฟุต แต่จะล้ำเข้ามาได้ไม่เกิน 3 ฟุต

ข้อ 2 สิ่งติดตั้งถาวร (Permanent Fixtures)

สิ่งติดตั้งถาวรของสนามเทนนิสมิได้หมายถึงตาข่าย เสา ไม้ค้ำตาข่าย เชือกขึงตาข่ายแถบขึงตาข่าย แถบหุ้มตาข่ายเท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งที่ใช้กั้นด้านหลังและด้านข้างสนาม อัฒจันทร์เก้าอี้ที่ติดตั้งอยู่กับที่หรือเคลื่อนที่ได้ ซึ่งตั้งไว้รอบสนาม รวมทั้งผู้ที่นั่งอยู่บนสิ่งเหล่านั้น เครื่องติดตั้งอื่นๆ ซึ่งอยู่รอบและเหนือสนาม ผู้ตัดสิน (Umpire) กรรมการเนต (Net-Cord Judge) กรรมการฟุตฟอลต์ (Footfault Judge) ผู้กำกับเส้น (Lonesmen) และเด็กเก็บลูก (Ball Boys) ซึ่งประจำตามหน้าที่อีกด้วย

หมายเหตุ: ตามความมุ่งหมายของกติกาข้อนี้ คำว่า “ผู้ตัดสิน” หมายถึง ผู้ตัดสินและผู้ช่วยเหลือผู้ตัดสินทั้งหมด

ข้อ 3 ลูกเทนนิส (The Ball)

ผิวนอกของลูกจะต้องกลมเรียบเสมอกันทั้งลูก ลูกต้องมีสีขาวหรือสีเหลือง ถ้ามีรอยต่อจะต้องไม่เป็นตะเข็บ

ลูกต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 2 1/2 นิ้ว (6.35 เซนติเมตร) แต่น้อยกว่า 2 5/8 นิ้ว (6.67 เซนติเมตร) มีน้ำหนักมากกว่า 2 ออนซ์ (56.7 กรัม) แต่น้อยกว่า 2 1/16 ออนซ์ (58.5 กรัม)

การกระดอนของลูกเมื่อทิ้งลงจากที่สูง 100 นิ้ว (254 เซนติเมตร) บนพื้นคอนกรีตจะต้องกระดอนสูงกว่า 53 นิ้ว (135 เซนติเมตร) แต่ต่ำกว่า 58 นิ้ว (147 เซนติเมตร)

เมื่อกดปลายทั้งสองข้างของเส้นผ่าศูนย์กลางของ ลูกด้วยกำลัง 18 ปอนด์ (8.165 กิโลกรัม) ผิวของลูกจะยุบเข้าไปมากกว่า 0.022 นิ้ว (0.56 เซนติเมตร) แต่น้อยกว่า 0.290 นิ้ว (0.75 เซนติเมตร) ส่วนที่โปร่งออกมาต้องมากกว่า 0.350 นิ้ว (0.89 เซนติเมตร) แต่น้อยกว่า 0.425 นิ้ว (0.08 เซนติเมตร) ตัวเลขเหล่านี้คิดเฉลี่ยจากการกดลูกในแนวแกนทั้งสามของลูก และค่าที่ได้จากการกดในระหว่างแกนที่ต่างกันคู่หนึ่งต้องไม่ต่างกันมากกว่า 0.030 นิ้ว (0.08 เซนติเมตร)

หากมีการแข่งขันในสถานที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเกิน 4,000 ฟุต (1,219 เมตร) อาจใช้ลูกเพิ่มได้อีกสองแบบ

แบบแรก มีลักษณะเหมือนดังกล่าวแล้วข้างต้น แต่จะต้องมีแรงกระดอนสูงกว่า 48 นิ้วและต่ำกว่า 53 นิ้ว จะต้องมีแรงอัดภายในสูงกว่าแรงอัดภายนอก ลูกเทนนิสแบบนี้รู้จักกันในนามลูกเทนนิสแบบมีแรงอัด (Perssurised)

แบบที่สอง มีลักษณะเหมือนกับที่กล่าวมาแล้ว แต่ต้องมีแรงกระดอนสูงกว่า 53 นิ้ว ต่ำกว่า 58 นิ้ว และจะต้องมีแรงอัดภายในพอๆกับแรงอัดภายนอก และจะต้องนำมาไว้ที่สถานที่แข่งขันแล้วประมาณ 60 วันหรือมากกว่านั้นเพื่อให้ปรับสภาพเท่ากับอากาศ ลูกเทนนิสแบบนี้เรียกว่าลูกเทนนิสแบบไร้แรงอัด (Non Pressurised)

ข้อ 4 ไม้เทนนิส (The Racket)

ไม้เทนนิสที่ไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้จะนำมาใช้แข่งขันภายใต้กติกาของเทนนิสไม่ได้คือ

(1) พื้นที่ส่วนที่ใช้ตีลูกของไม้เทนนิสต้องแบบเรียบประกอบด้วยเอ็นถักเป็นแบบเดียวกันติดกับกรอบ (Frame) และต้องถักแบบสลับหรือมัดติดกันตรงบริเวณที่เอ็นซ้อนกัน การถักต้องสม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณตรงกลางของไม้เทนนิส จำนวนเอ็นต้องไม่ถี่น้อยกว่าบริเวณอื่น เอ็นของไม้เทนนิส ต้องไม่มีวัสดุใดๆ ที่ติดอยู่หรือยื่นออกมานอกจากสิ่งที่ใช้เพื่อป้องกันหรือจำกัดการสึกหรอการสั่นสะเทือนเท่านั้น สิ่งดังกล่าวต้องมีขนาด และตำแหน่งที่เหมาะสมกับจุดประสงค์นั้นๆ

(2) กรอบ (Frame) รวมทั้งด้าม (Handle) ต้องมีความยาวทั้งหมดไม่เกิน 32 นิ้ว (81.28 เซนติเมตร) และกรอบต้องกว้างไม่เกิน 12 1/2 นิ้ว (31.75 เซนติเมตร) บริเวณพื้นที่สำหรับขึงเอ็นต้องมีความยาวไม่เกิน 15 1/2 นิ้ว (39.37 เซนติเมตร) และกว้างไม่เกิน 11 1/2 นิ้ว (29.21 เซนติเมตร)

(3) กรอบและด้าม ต้องไม่มีวัตถุใดที่ติดอยู่หรือยื่นออกมานอกจากสิ่งที่ทำไว้เพื่อป้องกันหรือจำกัดการสึกหรอ การสั่นสะเทือนหรือการกระจายน้ำหนักเท่านั้น สิ่งดังกล่าวต้องมีขนาดและตำแหน่งที่เหมาะสมกับจุดประสงค์นั้นๆ

(4) กรอบด้ามและเอ็น ต้องไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปร่างหรือเปลี่ยนแปลงการกระจายน้ำหนักของไม้เทนนิสในระหว่างการแข่งขันแต้มหนึ่งๆ สหพันธ์เทนนิสระหว่างประเทศจะเป็นผู้ตัดสินในกรณีที่มีปัญหาว่าไม้เทนนิสใดจะมีลักษณะตรงตามข้อกำหนดข้างต้นหรือไม่ หรือจะสามารถนำไม้เทนนิสนั้นมาใช้ในการเล่นได้หรือไม่การตัดสินนี้จะทำได้เมื่อเห็นสมควรหรือเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น นักเทนนิส ผู้ผลิต สมาคมระหว่างประเทศ (Naitonal Association) หรือสมาชิกได้ทักท้วงขึ้น

ปัญหาที่ 1: ไม้เทนนิสอันหนึ่งจะขึงเอ็นมากกว่าหนึ่งชุดได้หรือไม่

ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ ตามกติกาได้ระบุไว้ชัดแจ้งแล้วว่า การขึงเอ็นไม้เทนนิสอย่างไรจึงจะถูกต้อง และอย่างไรไม่ถูกต้อง

ปัญหาที่ 2: การขึงเอ็นไม้เทนนิสจะถูกต้องหรือไม่ ถ้าระดับของเอ็นที่ขึงสูงต่ำไม่เท่ากัน

ข้อชี้ขาด: ไม่ถูกต้อง

ปัญหาที่ 3 นักเทนนิสสามารถใช้ชิ้นส่วนกันสะเทือนติดบนเอ็นของไม้เทนนิสได้หรือไม่ถ้าได้จะต้องติดตรงไหน

ข้อชี้ขาด: ติดได้ แต่ต้องติดไว้นอกเส้นที่ไขว้กันของเอ็นเท่านั้น

ปัญหาที่ 4: ขณะแข่งขัน เอ็นไม้เทนนิสของนักกีฬาขาดนักกีฬาสามารถเล่นต่อไปได้หรือไม่

ข้อชี้ขาด: ได้

ข้อ 5 ผู้เสิร์ฟและผู้รับ (Server & Receiver)

ผู้เล่นจะต้องอยู่คนละข้างของตาข่าย ผู้เล่นซึ่งเป็นผู้ส่งก่อนเรียกว่า “ผู้เสิร์ฟ” (Server) ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเรียก “ผู้รับ” (Receiver)

ปัญหาที่ 1: ผู้เล่นขณะพยายามตีลูก หากล้ำแนวเส้นสมมติที่ลากตรงต่อจากตาข่ายออกไปจะเสียแต้มหรือไม่

(1) ก่อนตีถูกลูก

(2) หลังตีถูกลูกแล้ว

ข้อชี้ขาด: ไม่เสียแต้มทั้งสองกรณี เว้นแต่ผู้นั้นจะล้ำเข้าไปในสนามของคู่ต่อสู้ (กติกา ข้อ 20 (5)) ในกรณีที่เกิดการขัดขวางใดๆขึ้น คู่ต่อสู้ของผู้นั้นอาจจะขอคำตัดสินจากผู้ตัดสินได้ตามกติกาข้อ 21 และข้อ 25

ปัญหาที่ 2: ผู้เสิร์ฟอ้างว่าผู้รับจะต้องยืนอยู่ภายในเส้นขอบของสนามถูกต้องหรือไม่

ข้อชี้ขาด: ไม่ถูกต้อง ผู้รับจะยืนอยู่ที่ใดในด้านของตนก็ได้ตามใจชอบ

ข้อ 6 การเลือกแดนและเลือกเสิร์ฟ (Choice of Ends & Service)

การเลือกแดนก็ดี การเลือกสิทธิ์ที่จะเป็นผู้เสิร์ฟหรือผู้รับในเกมแรกก็ดี ให้ชี้ขาดด้วยการเสี่ยง (Toss) ผู้เล่นที่ชนะในการเสี่ยงจะมีสิทธิ์เลือกหรือขอร้องให้คู่ต่อสู้เลือก

(1) สิทธิ์ที่จะเป็นผู้เสิร์ฟหรือผู้รับ ในกรณีที่ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้เลือกแดนหรือ

(2) เลือกแดน ในกรณีนี้ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิ์ที่จะเลือกเป็นผู้เสิร์ฟหรือผู้รับ

ปัญหาที่ 1: ผู้เล่นมีสิทธิ์เล่นใหม่หรือไม่ ถ้ามีการเลื่อนการแข่งขันหรือหยุดการแข่งขัน ข้อชี้ขาด: มีสิทธิ์ ถือว่าการเสี่ยงทายเดิมใช้ได้ แต่การเลือกอาจจะเปลี่ยนเป็นเลือกเสิร์ฟหรือเลือกแดนใหม่

ข้อ 7 การเสิร์ฟ (The Service)

การเสิร์ฟจะต้องกระทำดังนี้ คือ ก่อนเสิร์ฟผู้เสิร์ฟต้องยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างหลังเส้นหลัง (คือให้เส้นหลังอยู่ระหว่างตาข่ายกับผู้เสิร์ฟ) และยืนอยู่ระหว่างเส้นสมมติที่ลากตรงต่อออกไปจากจุดกึ่งกลาง (Center-Mark) และเส้นข้าง ต่อจากนั้นให้ผู้เสิร์ฟใช้มือโยนลูกขึ้นไปในอากาศในทิศทางใดก็ได้แล้วใช้ไม้เทนนิสตีลูกนั้นก่อนตกถึงพื้น เมื่อไม้เทนนิสสัมผัสลูกก็ถือว่าการเสิร์ฟครั้งนั้นเสร็จสิ้นแล้ว ถ้าผู้เล่นมีแขนข้างเดียวจะใช้ไม้เทนนิสช่วยโยนลูกในการเสิร์ฟก็ได้

ปัญหาที่ 1: ในการเล่นเดี่ยว ผู้เสิร์ฟจะยืนหลังเส้นหลังในแนวที่อยู่ระหว่างเส้นข้างของสนามประเภทเดี่ยวกับเส้นข้างของสนามประเภทคู่ได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้

ปัญหาที่ 2: ผู้เล่นขณะทำการเสิร์ฟ โยนลูกขึ้นไป 2 ลูก หรือมากกว่า แทนที่จะโยนลูกเดียว จะถือว่าผู้นั้นเสิร์ฟเสียหรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ถือว่าเสีย ผู้ตัดสินควรขาน “เล็ท” แต่ถ้าผู้ตัดสินเห็นว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ อาจจะถือปฏิบัติตามกติกาข้อ 21 ก็ได้

ข้อ 8 ฟุทฟอลท์ (Foot Fault)

(1) ตลอดการเสิร์ฟผู้เสิร์ฟจะต้อง – ไม่เปลี่ยนจุดยืนด้วยการเดินหรือวิ่ง ผู้เสิร์ฟที่เคลื่อนที่เท้าเพียงเล็กน้อยโดยไม่ทำให้เท้าเคลื่อนจากจุดเดิม จะไม่ถือว่า “เปลี่ยนจุดยืนด้วยการเดินหรือวิ่ง” – ไม่สัมผัสที่พื้นส่วนใดนอกจากพื้นที่อยู่หลังเส้นในระหว่างเส้นสมมติที่ลากตรงต่อออกไปจากจุดกึ่งกลาง (Center mark) และเส้นข้าง

(2) คำว่า “เท้า” หมายถึงส่วนของปลายขานับตั้งแต่ข้อเท้าลงไป

ข้อ 9 วิธีการเสิร์ฟ (Delivery lf Service)

(1) ในการเสิร์ฟ ผู้เสิร์ฟต้องยืนหลังสนามด้านขวาและซ้ายสลับกันไป เริ่มจากด้านขวาก่อนทุกเกม ถ้ามีการเสิร์ฟผิดด้านโดยไม่มีผู้ทักท้วง แต้มและการเสิร์ฟที่ผ่านไปคงใช้ได้ทั้งหมดแต่เมื่อพบข้อผิดพลาดให้เปลี่ยนไปเสิร์ฟในด้านที่ถูกต้องทันท

(2) ลูกที่เสิร์ฟจะต้องข้ามตาข่ายไปสัมผัสพื้นสนามภายในคอร์ตเสิร์ฟซึ่งอยู่ทแยงกันหรือบนเส้นใดเส้นหนึ่งที่ล้อมรอบคอร์ตเสิร์ฟนั้น ก่อนผู้รับจะตีโต้ลูกกลับ

ข้อ 10 ลูกเสิร์ฟเสีย (Service Fault)

การเสิร์ฟที่ถือว่าเสียคือ

(1) ถ้าผู้เสิร์ฟทำผิดกติกาข้อ 7.8 หรือ 9

(2) ถ้าผู้เสิร์ฟตีลูกอย่างเจตนาแต่ไม่ถูก

(3) ถ้าลูกที่เสิร์ฟไปนั้นสัมผัสสิ่งติดตั้งถาวรอย่างใด (นอกจากตาข่าย แถบขึงตาข่ายหรือแถบหุ้มตาข่าย) ก่อนสัมผัสพื้น

ปัญหาที่ 1: หลังจากโยนลูกเพื่อเสิร์ฟแล้ว ผู้เสิร์ฟเปลี่ยนใจไม่ตีลูก แต่ใช้มือรับลูกจะถือว่าลูกนั้นเสียหรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่เสีย

ปัญหาที่ 2: ในการเล่นเดี่ยวที่ใช้สนามประเภทคู่ โดยมีเสาขึงตาข่ายอยู่ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ หากเสิร์ฟลูกไปกระทบเสาขึงตาข่ายประเภทเดี่ยวและตกลงในสนามที่ถูกต้องลูกนี้จะถือว่าเสียหรือเล็ท ข้อชี้ขาด: ถือว่าเสีย เพราะเสาขึงตาข่ายทั้งประเภทเดี่ยวและคู่รวมทั้งตาข่าย และแถบหุ้มตาข่ายที่อยู่ระหว่างเสาทั้งสองถือเป็นสิ่งติดตั้งถาวร (ตามกติกาข้อ 2 ข้อ 10 และหมายเหตุท้าย กติการข้อ 24)

ข้อ 11 การเสิร์ฟลูกที่สอง (Second Service)

เมื่อเสิร์ฟลูกแรกเสีย ผู้เสิร์ฟจะต้องเสิร์ฟอีกลูกหนึ่งจากหลังสนามด้านเดิมที่เสิร์ฟลูกแรกไปแล้ว ถ้าลูกแรกที่เสิร์ฟเสียนั้นผู้เสิร์ฟยืนผิดด้าน ให้ผู้เสิร์ฟใหม่อีกลูกเดียวจากหลังอีกด้านหนึ่งตามกติกาข้อ 9

ปัญหาที่ 1: ผู้เล่นยืนผิดด้าน เสิร์ฟลูกจนเสียแต้มไปแล้วจะอ้างว่าเขาเสิร์ฟเสียเพราะยืนผิดด้านได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ แต้มต้องเป็นไปตามที่เล่นไปแล้ว สำหรับการเสิร์ฟลูกต่อไปต้องเสิร์ฟจากด้านที่ถูกต้องตามแต้มที่เล่นเสร็จไปแล้ว

ปัญหาที่ 2: ขณะแต้ม 15 เท่ากัน ผู้เสิร์ฟจากสนามด้านซ้ายแล้วได้แต้มนั้นต่อมาเขาเสิร์ฟจากด้านขวาและเสียไปหนึ่งลูกแล้วจึงรู้ว่าเสิร์ฟผิดด้าน ผู้เสิร์ฟนั้นจะได้แต้มที่ได้ไปแล้วหรือไม่ และลูกต่อไปจะต้องเสิร์ฟจากด้านใด ข้อชี้ขาด: แต้มที่ได้นั้นถือว่าชอบแล้ว ลูกต่อไปต้องเสิร์ฟจากด้านซ้ายตามแต้มที่ได้ คือ 30-15 และผู้เสิร์ฟเสียไปแล้วหนึ่งลูก

ข้อ 12 โอกาสที่จะเสิร์ฟ (When to Serve)

ผู้เสิร์ฟจะเสิร์ฟไม่ได้จนกว่าผู้รับพร้อมที่จะรับ หากผู้รับได้พยายามรับลูกต้องถือว่าผู้รับพร้อมที่จะรับลูกแล้ว ถ้าผู้รับแสดงท่าทางว่าตนยังไม่พร้อมที่จะรับลูกผู้รับจะอ้างว่าลูกเสิร์ฟนั้นเสียไม่ได้หากว่าลูกเสิร์ฟนั้นมิได้สัมผัสพื้นสนามที่ถูกต้อง

ข้อ 13 การขานเล็ท (The Let)

ทุกกรณีที่ขานคำว่า “เล็ท” ตามกติกานี้ หรือขานเพื่อหยุดยั้งการเล่นครั้งใดก็ตามให้ตีความหมายดังนี้

(1) เมื่อขานขึ้นเฉพาะการเสิร์ฟลูกนั้นใหม่

(2) เมื่อขานขึ้นในกรณีอื่นๆ ให้เล่นแต้มนั้นใหม่

ปัญหาที่ 1: ถ้าการเสิร์ฟมีสิ่งขัดขวางเกิดขึ้น นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในกติการข้อ 14 ควรให้เสิร์ฟลูกนั้นใหม่หรืออย่างไร ข้อชี้ขาด: ไม่ใช่ ต้องเล่นแต้มนั้นใหม่ทั้งหมด

ปัญหาที่ 2: ถ้าลูกที่อยู่ในการเล่นเกิดแตกขึ้น ควรขานเล็ทหรือไม่ ข้อชี้ขาด: ควร

ข้อ 14 การขานเล็ทในขณะเสิร์ฟ (The “Let” in Service)

การเสิร์ฟที่ถือว่าเล็ท คือ (1) เมื่อลูกที่เสิร์ฟไปสัมผัสตาข่าย แถบขึงตาข่ายหรือแถบหุ้มตาข่าย แล้วตกในสนามที่ถูกต้อง หรือเมื่อลูกที่เสิร์ฟไปสัมผัสตาข่าย แถบขึงตาข่าย แถบหุ้มตาข่ายแล้วสัมผัสร่างกายผู้รับ หรือสิ่งที่ผู้รับสวมหรือถืออยู่ก่อนลูกนั้นสัมผัสพื้น

(2) เมื่อได้เสิร์ฟไปในขณะผู้รับไม่พร้อมที่จะรับ ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟที่ดีหรือเสียก็ตาม (ดูกติกาข้อ 12) เมื่อมีการเสิร์ฟเป็นเล็ท ไม่มีฝ่ายใดได้แต้ม และผู้เสิร์ฟต้องเสิร์ฟลูกนั้นใหม่ การเสิร์ฟที่เป็นเล็ทไม่ทำให้การเสิร์ฟที่เสียไปในลูกแรกกลัยเป็นลูกดีได้

ข้อ 15 ลำดับการเสิร์ฟ (Order of Service)

เมื่อจบเกมแรก ผู้รับจะต้องเปลี่ยนเป็นผู้เสิร์ฟ และผู้เสิร์ฟต้องเปลี่ยนเป็นผู้รับ สลับกันเรื่อยไปจนกว่าจะจบการแข่งขัน (Match) ถ้าผู้เล่นคนใดเสิร์ฟผิดรอบ ผู้เล่นที่ควรจะเป็นผู้เสิร์ฟจะต้องเป็นผู้เสิร์ฟต่อไปทันทีที่ได้พบข้อผิดพลาด แต้มที่เล่นไปแล้วก่อนได้พบข้อผิดพลาดคงนับด้วยถ้าเกมนั้นจบลงก่อนได้พบข้อผิดพลาด ลำดับการเสิร์ฟเกมต่อๆไปให้เป็นไปตามที่ผิดพลาดไปแล้วนั้นแต่ลูกที่ผู้เสิร์ฟผิดรอบเสิร์ฟเสียไปหนึ่งลูกซึ่งเกิดขึ้นก่อนได้พบข้อผิดพลาดไม่ต้องนับ

ข้อ 16 การเปลี่ยนข้าง (When Players Change Ends)

ผู้เล่นจะต้องเปลี่ยนข้างเมื่อจบเกมที่หนึ่ง เกมที่สอง และทุกๆเกมคี่ของแต่ละเซต (Set) และต้องเปลี่ยนข้างเมื่อจบเซตนั้นรวมกันแล้วเป็นเลขคู่ ในกรณีนี้จะไม่เปลี่ยนข้างจนกว่าจะจบเกมที่หนึ่งของเซตต่อไป

ถ้าเกิดข้อผิดพลาดทำให้ลำดับการเปลี่ยนข้างไม่ถูกต้อง ผู้เล่นต้องเปลี่ยนข้างให้ถูกต้องทันทีที่พบข้อผิดพลาดและดำเนินการต่อไปตามลำดับการเปลี่ยนข้างที่เลือกไว้แต่เดิม

ข้อ 17 ลูกอยู่ในการเล่น (The Ball in Play)

นับตั้งแต่เมื่อได้ทำการเสิร์ฟไปแล้วจนการทั้งผู้เล่นได้หรือเสียแต้มถือว่าลูกนั้นอยู่ในการเล่นเว้นแต่จะมีการขานว่าเล็ทหรือเสีย

ข้อ 18 ผู้เสิร์ฟได้แต้ม (Server Wins Point)

ผู้เสิร์ฟจะได้แต้มเมื่อ

(1) ลูกที่เสิร์ฟที่มิได้เป็นเล็ทดังที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 14 ไปสัมผัสผู้รับหรือสิ่งที่ผู้รับสวมหรือถืออยู่ก่อนที่จะสัมผัสพื้น

(2) ผู้รับทำเสียแต้ม ดังที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 20

ข้อ 19 ผู้รับได้แต้ม (Receiver Wins Point)

ผู้รับจะได้แต้มเมื่อ

(1) ผู้เสิร์ฟเสียสองลูกติดต่อกัน

(2) ผู้เสิร์ฟทำเสียแต้ม ดังที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 20

ข้อ 20 ผู้เล่นเสียแต้ม (Player Loses Point)

ผู้เล่นจะเสียแต้มเมื่อ (1) ผู้นั้นไม่สามารถตีลูกที่อยู่ในการเล่นให้ข้ามตาข่ายกลับไปก่อนที่ลูกจะสัมผัสพื้นสองครั้ง (เว้นแต่ที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 24 (1) หรือ (3)) หรือ (2) ผู้นั้นตีลูกที่อยู่ในการเล่นไปสัมผัสพื้นสิ่งติดตั้งถาวรหรือวัตถุอื่นใดซึ่งอยู่นอกเส้นที่ล้อมรอบสนามของคู่ต่อสู้ (เว้นแต่ที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 24 (1) หรือ (3)) หรือ (3) ผู้นั้นตีลูกก่อนลูกตกถึงพื้น (Volleys) แต่เสียแม้จะยืนอยู่นอกสนามก็ตามหรือ (4) ผู้นั้นใช้ไม้เทนนิสสัมผัสลูกหรือตีลูกที่อยู่ในการเล่นมากกว่าหนึ่งครั้ง หรือ (5) ร่างกายหรือไม้เทนนิสของผู้นั้น (ไม่ว่าจะถืออยู่หรือหลุดจากมือแล้วก็ตาม) หรือสิ่งที่ผู้นั้นสวมหรือถืออยู่สัมผัสตาข่าย เสา ไม้ค้ำตาข่าย เชือกขึงตาข่าย แถบขึงตาข่าย แถบหุ้มตาข่าย หรือสนามของคู่ต่อสู้ในขณะที่ลูกอยู่ในการเล่น หรือ (6) ผู้นั้นตีลูกก่อนลูกนั้นตกถึงพื้น (Volleys) ก่อนลูกนั้นข้ามตาข่ายมา หรือ (7) ลูกที่อยู่ในการเล่นสัมผัสร่างกายของผู้นั้น หรือสิ่งใดที่สวมหรือถืออยู่ เว้นแต่ไม้เทนนิสที่เขาถืออยู่ด้วยมือเดียว หรือสองมือก็ตาม หรือ (8) ผู้นั้นขว้างไม้เทนนิสไปถูกลูก หรือ (9) ผู้นั้นตั้งใจทำให้รูปร่างของไม้เทนนิสที่ใช้ตีอยู่เปลี่ยนแปลงในระหว่างการเล่นแต้มนั้น

ปัญหาที่ 1: ในการเสิร์ฟ ถ้าไม้เทนนิสหลุดมือไปสัมผัสตาข่ายก่อนลูกสัมผัสสนามจะถือว่าผู้เสิร์ฟเสียลูกนั้นหรือเสียแต้มนั้นทั้งหมด ข้อชี้ขาด: ผู้เสิร์ฟเสียแต้ม เพราะไม้เทนนิสสัมผัสตาข่าย ขณะลูกอยู่ในการเล่น (กติกา ข้อ 20 (5))

ปัญหาที่ 2: ในการเสิร์ฟ ถ้าไม้เทนนิสหลุดมือไปสัมผัสตาข่ายหลังลูกสัมผัสพื้นนอกเขตสนามที่ถูกต้อง จะถือว่าผู้เสิร์ฟเสียลูกนั้นหรือเสียแต้มทั้งหมด ข้อชี้ขาด: เสียเฉพาะลูกนั้น เพราะขณะไม้เทนนิสสัมผัสตาข่ายลูกมิได้อยู่ในการเล่นแล้ว

ปัญหาที่ 3: ก. และ ข. กำลังแข่งขันกับ ค. และ ง. ขณะ ก. เสิร์ฟไปที่ ง. ปรากฏว่า ค. สัมผัสตาข่ายก่อนลูกที่ ก. เสิร์ฟจะสัมผัสสนาม หลังจากนั้นผู้ตัดสินขานว่า “เสีย” เพราะลูกที่ ก. เสิร์ฟตกนอกคอร์ตเสิร์ฟ ดังนี้ ผ่าย ค. และ ง. จะเสียแต้มหรือไม่ ข้อชี้ขาด: การขานว่า “เสีย” นั้นไม่ถูกต้อง เพราะ ค. และ ง. ได้เสียแต้มนั้นแล้ว ก่อนขานว่า “เสีย” เนื่องจาก ค. สัมผัสตาข่ายขณะลูกอยู่ในการเล่น (กติกาข้อ 20 (5))

ปัญหาที่ 4: ขณะลูกอยู่ในการเล่น ผู้เล่นจะกระโดดข้ามตาข่ายไปในสนามของคู่ต่อสู้ได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ ผู้นั้นต้องเสียแต้ม (กติกาข้อ 20 (5))

ปัญหาที่ 5: ก. ตีลูกตัด ลูกวิ่งข้ามตาข่ายไปแล้วแต่ลอยย้อนกลับมาในสนามด้านของ ก. อีกดังนี้หาก ข. ไม่สามารถเอื้อมตีลูกได้ทันจึงขว้างไม้เทนนิสไปกระทบลูก ทั้งลูกและไม้เทนนิสของ ข. ข้ามตาข่ายไปตกในสนามด้าน ของ ก. ก. ตีลูกกลับไปแต่ตกนอกสนามด้านของ ข. ดังนี้ ข. จะได้แต้มหรือเสียแต้ม ข้อชี้ขาด: ข. เป็นผู้เสียแต้ม (กติกาข้อ 20 (5) และ (8))

ปัญหาที่ 6: ผู้เล่นยืนอยู่นอกคอร์ตเสิร์ฟ ลูกเสิร์ฟลอยมาสัมผัสผู้เล่นนั้นก่อนสัมผัสพื้นผู้เล่นนั้นจะได้แต้มหรือเสียแต้ม ข้อขี้ขาด: เสียแต้ม (กติกาข้อ 20 (7)) เว้นแต่จะเป็นไปตามกติกาข้อ 14 (1)

ปัญหาที่ 7: ผู้เล่นยืนอยู่นอกสนาม ใช้ไม้เทนนิสตีลูกหรือใช้มือรับลูกแล้วอ้างว่าตนได้แต้มนั้นเนื่องจากลูกนั้นจะต้องตกนอกสนามอย่างแน่นอน ข้อชี้ขาด: ผู้เล่นนั้นจะอ้างว่าตนได้แต้มไม่ได้ไม่ว่ากรณีใด (1) ถ้าใช้มือรับลูก ผู้นั้นเสียแต้มตามกติกาข้อ 20 (7) (2) ถ้าตีลูกก่อนลูกนั้นถึงพื้นแต่เสีย ผู้นั้นเสียแต้มตามกติกาข้อ 20 (3) (3) ถ้าตีลูกก่อนลูกนั้นตกถึงพื้นและเป็นลูกดี การแข่งขันคงดำเนินต่อไป

ข้อ 21 การขัดขวางคู่ต่อสู้ (Player Hinders Opponent)

หากผู้เล่นฝ่ายใดกระทำโดยจงใจเพื่อขัดขวางมิให้คู่ต่อสู้ตีลูกถือว่าผู้นั้นเสียแต้ม หากมิได้กระทำโดยจงใจ ให้เล่นแต้มนั้นใหม่

ปัญหาที่ 1: ผู้เล่นจะถูกลงโทษหรือไม่ ถ้าหากขณะตีลูกผู้เล่นนั้นสัมผัสตัวคู่ต่อสู้ ข้อชี้ขาด: ไม่ถูกลงโทษ เว้นแต่ผู้ตัดสินเห็นว่าจำเป็นต้องลงโทษตามกติกาข้อ 21

ปัญหาที่ 2: เมื่อลูกซึ่งข้ามตาข่ายมาสัมผัสพื้นแล้วกระดอนข้ามตาข่ายกลับไปอีก ผู้เล่นที่จะต้องตีลูกนั้นสามารถเอื้อมข้ามตาข่ายไปตีลูกนั้นได้ จะใช้กติกาข้อไหนตัดสิน ถ้าหากผู้เล่นนั้นถูกคู่ต่อสู้ขัดขวางไม่ให้ตีลูก ข้อชี้ขาด: ใช้กติกาข้อ 21 คือ ผู้ตัดสินอาจให้ผู้เล่นที่ถูกขัดขวางได้แต้มนั้น หรืออาจสั่งให้เล่นแต้มนั้นใหม่ก็ได้ (ดูกติกาข้อ 25)

ปัญหาที่ 3: การตีลูกสองครั้งโดยไม่เต็มใจถือว่าเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางคู่ต่อสู้ตามกติกาข้อ 21 หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ใช่

ข้อ 22 ลูกที่ตกบนเส้น (Ball Falls on Line)

ลูกที่ตกบนเส้นใดๆก็ตามให้ถือว่าตกในสนามที่เส้นนั้นล้อมอยู่

ข้อ 23 ลูกสัมผัสสิ่งติดตั้งถาวร (Ball Touches Permanent Fixtures)

ถ้าลูกที่อยู่ในการเล่นไปสัมผัสสิ่งติดตั้งถาวรใดๆ (นอกจากตาข่าย เสา ไม้ค้ำตาข่าย เชือกขึงตาข่าย แถบขึงตาข่าย หรือแถบหุ้มตาข่าย) หลังจากได้สัมผัสสนามแล้ว ผู้เล่นที่ตีลูกนั้นได้แต้ม แต่ถ้าลูกนั้นสัมผัสสิ่งติดตั้งถาวรดังกล่าวข้างต้นก่อนสัมผัสสนาม คู่ต่อสู้เป็นฝ่ายได้แต้ม

ปัญหา: ในการตีโต้ลูก ลูกสัมผัสผู้ตัดสิน เก้าอี้หรือขาเก้าอี้ของผู้ตัดสิน ผู้เล่นจะอ้างว่า ลูกนั้นกำลังจะวิ่งไปตกในสนามได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: อ้างไม่ได้ ต้องถือว่าผู้นั้นเสียแต้ม

ข้อ 24 การตีโต้ที่ดี (A Good Return)

การตีโต้ที่ถือว่าดี คือ (1) ถ้าลูกสัมผัสตาข่าย เสา ไม้ค้ำตาข่าย เชือกขึงตาข่าย หรือแถบหุ้มตาข่าย แล้วข้ามสิ่งดังกล่าวไปตกในสนาม (2) เมื่อลูกที่เสิร์ฟหรือตีโต้กลับมา ข้ามตาข่ายตกในสนามที่ถูกต้องแล้วกระดอนข้ามตาข่ายกลับไป ถ้าผู้เล่นที่ถึงรอบจะต้องตีลูกเอื้อมข้ามตาข่ายไปตีลูก โดยมิให้ร่างกายหรือส่วนใดของเสื้อผ้าหรือไม้เทนนิสสัมผัสตาข่าย เสา ไม้ค้ำตาข่าย เชือกขึงตาข่าย แถบขึงตาข่าย แถบหุ้มตาข่าย หรือสนามด้านของคู่ต่อสู้ และลูกนั้นเป็นลูกดี หรือ (3) ถ้าลูกวิ่งอ้อมนอกเสาหรือไม้ค้ำตาข่าย ไม่ว่าจะวิ่งระดับสูงหรือต่ำกว่าตาข่ายหรือแม้จะสัมผัสเสาหรือไม้ค้ำตาข่ายแล้วไปสัมผัสสนามที่ถูกต้อง หรือ (4) ถ้าไม้เทนนิสของผู้เล่นข้ามตาข่ายไปหลังจากตีลูกกลับไปแล้วแต่ต้องมิใช่ตีลูกก่อนข้ามตาข่ายเข้ามาในสนามด้ายของตน และเป็นการตีโต้ที่ดี หรือ (5) ถ้าลูกที่ตีโต้ไปแล้วหรือเสิร์ฟไปแล้วกระทบลูกอื่นซึ่งอยู่ภายในสนาม

หมายเหตุ: ในการแข่งขันประเภทเดี่ยวในสนามประเภทคู่เพื่อความสะดวกจะใช้ไม้ค้ำตาข่ายมาค้ำตาข่ายไว้ กรณีเช่นนี้ เสา ส่วนของตาข่าย เชือกขึงตาข่ายและแถบหุ้มตาข่ายซึ่งอยู่นอกไม้ค้ำตาข่าย ต้องถือว่าเป็นสิ่งติดตั้งถาวร และไม่ถือว่าเป็นเสาหรือตาข่ายของการแข่งขันประเภทเดี่ยว

ลูกที่ตีโต้กัน หากวิ่งลอดเชือกที่ขึงตาข่าย (Net Cord) ระหว่างไม้ค้ำตาข่ายและเสา โดยมิได้สัมผัสเชือกขึงตาข่าย ตาข่าย หรือเสา แล้วตกในสนามถือว่าเป็นลูกดี

ปัญหาที่ 1: ลูกซึ่งกำลังจะวิ่งออกไปนอกสนามแต่ชนเสาหรือไม้ค้ำตาข่ายและตกลงในสนามของคู่ต่อสู้ จะถือว่าเป็นลูกดีหรือไม่ ข้อชี้ขาด: ถ้าเป็นลูกเสิร์ฟถือว่าเป็นลูกเสีย ตามกติกาข้อ 10 (3) ถ้าเป็นลูกอื่นนอกจากเสิร์ฟถือว่าดี (ตามกติกาข้อ 24 (1))

ปัญหาที่ 2: จะถือว่าลูกที่ตีโต้กลับไปเป็นลูกดีหรือไม่ ถ้าผู้นั้นจับไม้เทนนิสสองมือในการตีลูก ข้อชี้ขาด: ถือเป็นลูกดี

ปัญหาที่ 3: ถ้าลูกเสิร์ฟหรือลูกที่อยู่ในการเล่นไปกระทบลูกที่อยู่ในสนามจะถือว่าได้เสียแต้มเลยหรือไม่ ข้อชี้ขาด อยังไม่ได้หรือเสียแต้ม การแข่งขันต้องดำเนินต่อไป หากผู้ตัดสินไม่แน่ใจว่าลูกที่ตีโต้กันอยู่นั้นจะเป็นลูกที่ถูกต้อง ก็ควรขานเล็ท

ปัญหาที่ 4: ในระหว่างการเล่น ผู้เล่นจะใช้ไม้เทนนิสมากว่าหนึ่งอันได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ กติกาที่มีอยู่ทั้งหมดนี้หมายถึงการใช้ไม้เทนนิสอันเดียวเท่านั้น

ปัญหาที่ 5: ผู้เล่นจะขอให้เอาลูกที่ตกอยู่ในสนามของคู่ต่อสู้ออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ได้ แต่ต้องไม่ใช้ขณะลูกอยู่ในการเล่น

ข้อ 25 ผู้เล่นถูกขัดขวาง (Hindrance of a Player)

ในระหว่างการตีลูก ถ้าผู้เล่นถูกขัดขวางโดยสิ่งใดซึ่งพ้นวิสัยที่เขาจะแก้ไขได้เว้นแต่สิ่งติดตั้งถาวรหรือเว้นแต่สิ่งซึ่งระบุไว้ในกติกาข้อ 21 ให้ขาน “เล็ท”

ปัญหาที่ 1: ถ้าผู้ดูเข้ามาขัดขวาง ทำให้ผู้เล่นไม่อาจตีโต้ลูก ผู้เล่นจะขอให้ขานเล็ทได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ได้ ถ้าผู้ตัดสินเห็นว่าผู้เล่นถูกขัดขวางโดยสภาพที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของผู้เล่น แต่ต้องไม่ใช่เนื่องจากสิ่งติดตั้งถาวรหรือเครื่องประดับของสนาม

ปัญหาที่ 2: ผู้เล่นถูกขัดขวางเช่นเดียวกับปัญหาที่ 1 และผู้ตัดสินขานว่าเล็ทแล้ว ถ้าผู้เสิร์ฟได้เสิร์ฟลูกแล้วหนึ่งลูกก่อนขานเล็ท ผู้เสิร์ฟมีสิทธิ์เสิร์ฟใหม่สอง ลูกหรือไม่ ข้อชี้ขาด: มีสิทธิ์ เพราะลูกกำลังอยู่ในการเล่นซึ่งตามกติกาจะต้องเล่นแต้มนั้นใหม่ทั้งหมดไม่ใช่เล่นใหม่เฉพาะลูกเดียว

ปัญหาที่ 3: ผู้เล่นจะขอให้เล่นแต้มนั้นใหม่ตามกติกาข้อ 25 เนื่องจากผู้เล่นคิดว่าคู่ต่อสู้จะถูกขัดขวางไม่ให้เล่นลูก และผู้เล่นลูก และผู้เล่นไม่คิดว่าลูกนั้นจะถูกตีโต้กลับมา จะได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้

ปัญหาที่ 4: จะถือว่าเป็นลูกดีหรือไม่ หากลูกที่อยู่ในการเล่นไปกระทบลูกอีกลูกหนึ่งในอากาศ ข้อชี้ขาด: ควรขานเล็ท เว้นเสียแต่ลูกที่อยู่ในอากาศนั้นเกิดจากการกระทำของผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้ผู้ตัดสินจะชี้ขาดตามกติกาข้อ 21

ปัญหาที่ 5: ถ้าผู้ตัดสินหรือกรรมการอื่นขานผิดพลาดว่า “เสีย” (Fault) หรือ “ออก” (Out) แล้วขานใหม่เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของตนเองเช่นนี้จะถือว่าการขานครั้งใดถูต้อง ข้อชี้ขาด: ผู้ตัดสินจะต้องขานเล็ท เว้นแต่จะเห็นว่าไม่มีฝ่ายใดถูกขัดขวางการเล่นเนื่องมาจากการขานดังกล่าวนั้น ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าการขานที่แก้ไขใหม่นั้นถูกต้อง

ปัญหาที่ 6: ถ้าลูที่เสิร์ฟเสียไปในการเสิร์ฟลูกแรกกระดอนขึ้นมาขัดขวางผู้รับในขณะรับลูกเสิร์ฟลูกที่สอง ผู้รับจะขอให้ขานเล็ทได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ได้ แต่ถ้าผู้รับโอกาสที่จะเอาลูกที่เสิร์ฟเสียลูกแรกออกไปให้พ้นสนามได้แต่ เพิกเฉยไม่ทำ ผู้รับจะขอให้ขานเล็ทไม่ได้

ปัญหาที่ 7: ลูกที่ตีโต้กันอยู่จะถือว่าเป็นลูกดีหรือไม่ ถ้าลูกนั้นไปสัมผัสวัตถุใดที่อยู่กับที่หรือเคลื่อนไหวอยู่ในสนาม ข้อชี้ขาด: หากวัตถุที่อยู่กับที่นั้นเข้ามาภายในสนามหลังที่เริ่มเล่นลูกไปแล้ว ต้องขานเล็ท แต่ถ้าวัตถุอยู่กับที่นั้นเข้ามาในสนามก่อนเริ่มเล่นลูกต้องถือว่าลูกนั้นเป็นลูกดี แต่ถ้าลูกที่อยู่ในระหว่างการเล่นไปกระทบวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวบนสนามหรือเหนือพื้นสนาม จะต้องขานเล็ท

ปัญหาที่ 8: ถ้าหากลูกเสิร์ฟลูกแรกเสีย ลูกเสิร์ฟลูกที่สองดี แล้วเกิดความจำเป็นต้องขานเล็ท ทั้งนี้ไม่ว่ากรณีจะเป็นไปตามกติกาข้อ 25 หรือกรณีที่ผู้ตัดสินไม่สามารถตัดสินว่าแต้มนั้นเป็นของใครก็ดีจะใช้กติกาข้อไหนตัดสิน ข้อชี้ขาด: จะต้องยกเลิกลูกเสิร์ฟที่เสียไปแล้ว และเล่นแต้มนั้นใหม่ทั้งหมด

ข้อ 26 วิธีนับแต้มในแต่ละเกม (Score in a Game)

ถ้าผู้เล่นคนใดได้แต้มแรก ให้ขานแต้มว่า 15 สำหรับผู้เล่นนั้น เมื่อเขาได้แต้มที่สองให้ขานแต้มว่า 30 สำหรับผู้เล่นนั้นเมื่อเขาได้แต้มที่สามให้ขานแต้มว่า 40 สำหรับผู้เล่นนั้น และถ้าเขาได้แต้มที่สี่ ก็ถือว่าผู้นั้นชนะในเกมนั้น ทั้งนี้เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

ถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายได้แต้มสามแต้มเท่ากันให้ขานแต้มว่าดิวซ์ (Deuce) ถ้าผู้เล่นฝ่ายใดได้แต้มต่อไปให้ขานแต้มว่าได้เปรียบ (Advantage) สำหรับผู้เล่นนั้นถ้าผู้เล่นคนเดียวกันนั้นได้แต้มต่อไปอีกหนึ่งแต้ม ผู้เล่นคนนั้นชนะในเกมนั้น แต่ถ้าผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งกลับเป็นผู้ได้แต้มต่อจากแต้มได้เปรียบให้ขานแต้มเป็นดิวซ์อีก และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปจนกระทั่งผู้เล่นคนใดคนหนึ่งได้สองแต้มติดต่อกันหลังจากดิวซ์แล้ว จึงถือว่าผู้เล่นคนนั้นเป็นผู้ชนะในเกมนั้น ข้อ 27 วิธีนับแต้มในแต่ละเซต (Score in a set)

(1) ผู้เล่นฝ่ายที่ชนะหกเกมแรก ถือว่าชนะเซตนั้น แต่ต้องชนะคู่ต่อสู้อย่างน้อยสองเกมด้วยและถ้าจำเป็นก็ต้องเล่นต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะชนะสองเกม (2) อาจนำการนับแต้มระบบ ไท-เบรก (The Tie break System) มาใช้แทนการนับตามข้อ 27 (1) ของกติกานี้ได้ แต่ต้องมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มแข่งขันคู่นั้น

กติกาการนับแต้มระบบไท-เบรก มีดังนี้

จะใช้การนับแต้มระบบไท-เบรก ต่อเมื่อแต้มเป็นหกเกมเท่ากันไม่ว่าในกรณีใด ยกเว้นเซตที่สามหรือห้าของการแข่งขันที่มีอย่างมากสามเซตหรือห้าเซตตามลำดับ ซึ่งจะต้องใช้การนับแต้มแบบต่อเซต (Advantage Set) ตามกติกาข้อ 27 (1) ยกเว้นกรณีที่ได้ประกาศล่วงหน้าก่อนการแข่งขันคู่นั้นว่าจะใช้การนับแต้มระบบไท-เบรก ในทุกเซต

การแข่งขันในเกมไท-เบรก จะทำดังนี้

การแข่งขันประเภทเดี่ยว (Singles)

(ก) ผู้เล่นที่ชนะเจ็ดแต้มก่อน จะเป็นผู้ชนะในเกมและเซตนั้น แต่ต้องชนะคู่ต่อสู้อย่างน้อยสองแต้มด้วย ถ้าแต้มเป็นหกเท่ากันจะต้องต่อเกมออกไปจนกว่าจะมีฝ่ายหนึ่งชนะสองแต้มติดต่อกันตลอดเกมไท-เบรก จะนับแต้มแบบเรียงลำดับตัวเลข (ข) ผู้เล่นที่ถึงรอบเสิร์ฟจะเป็นผู้เสิร์ฟแต้มแรก คู่ต่อสู้จะเสิร์ฟแต้มที่สองและที่สาม และจะสลับกันเสิร์ฟคนละสองแต้มเรื่อยไป จนกว่าจะมีผู้ชนะในเกมและเซตนั้น (ค) เริ่มจากแต้มแรก ผู้เสิร์ฟแต่ละคนต้องเสิร์ฟลูกสลับกันไปจากสนามด้านขวาและซ้ายโดยเริ่มจากขวาก่อน ถ้ามีการเสิร์ฟผิดด้านโดยไม่มีผู้ทักท้วง แต้มและการเสิร์ฟที่ผ่านไปคงใช้ได้ทั้งหมด แต่เมื่อพบความผิดพลาดให้เปลี่ยนไปเสิร์ฟในด้านที่ถูกต้องทันที (ง) ผู้เล่นต้องเปลี่ยนข้างทุกๆ หกแต้มและหลังจากจบเกมไท-เบรก (จ) ต้องนับเกมไท-เบรก เป็นหนึ่งเกมสำหรับการเปลี่ยนลูกด้วย จอกจากถึงกำหนดที่จะต้องเปลี่ยนลูกเมื่อเริ่มต้นเกมไท-เบรก กรณีเช่นนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงลูกจนกว่าจะเริ่มเกมที่สองของเซตต่อไป

การแข่งขันประเภทคู่ (Doubles)

ในการแข่งขันประเภทคู่ ให้ใช้วิธีการเช่นเดียวกับการแข่งขันประเภทเดี่ยว ผู้เล่นที่ถึงรอบเสิร์ฟจะเป็นผู้เสิร์ฟแต้มแรก หลังจากนั้นผู้เล่นแต่ละคนจะผลัดกันเสิร์ฟคนละสองแต้มตามลำดับที่จัดไว้เดิมจนกว่าจะจบเกมและเซตนั้น ลำดับการเสิร์ฟ (Rotation of Service) ผู้เล่นหรือคู่ที่เสิร์ฟก่อนในเกมไท-เบรก เมื่อถึงรอบจะต้องเป็นผู้รับในเกมแรกของเซตต่อไป

ปัญหาที่ 1: มีการแข่งขันระบบไท-เบรกไปแล้ว ทั้งๆที่ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าว่าจะแข่งขันต่อเซต (Adventage Set) ดังนี้แต้มที่ได้เสียไปแล้วจะนับด้วยหรือไม่ ข้อชี้ขาด: ถ้าพบข้อผิดพลาดก่อนเริ่มแข่งขันแต้มที่สองให้นับแต้มที่หนึ่งด้วย แต่จะต้องแก้ไขข้อผิดพลาดให้ถูกต้องโดยทันที ถ้าพบข้อผิดพลาดหลังเริ่มแข่งขันแต้มที่สองแล้วให้ดำเนินการแข่งขันต่อไปตามระบบไท-เบรก

ปัญหาที่ 2: มีการแข่งขันแบบต่อเซตไปแล้ว ทั้งๆ ที่ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าว่า จะแข่งขันระบบไท-เบรก ดังนี้ แต้มที่ได้เสียไปแล้วจะนับด้วยหรือไม่ ข้อชี้ขาด: ถ้าพบข้อผิดพลาดก่อนเริ่มแข่งขันแต้มที่สองให้นับแต้มที่หนึ่งด้วย แต่จะต้องแก้ไขข้อผิดพลาดให้ถูกต้องโดยทันที ถ้าพบข้อผิดพลาดหลังเริ่มแข่งขันแต้มที่สองแล้วให้ดำเนินการแข่งขันต่อไปแบบต่อเซต แต่ถ้าแต้มที่แข่งขันถึงแปดเกมเท่ากันแต่มากกว่าแปดเกม ให้แข่งขันต่อไปในระบบไท-เบรก

ปัญหาที่ 3: การแข่งขันประเภทเดี่ยวหรือคู่ ในเกมไท-เบรกผู้เล่นเสิร์ฟผิดรอบควรจะให้คงลำดับการเสิร์ฟที่ผิดนั้นไว้จนจบเกมหรือไม่ ข้อชี้ขาด: ถ้าผู้เล่นนั้นได้เสิร์ฟจนจบสิ้นแล้ว ก็จะคงลำดับการเสิร์ฟนี้ไว้จนจบ แต่ถ้าหากพบข้อผิดพลาดนี้ก่อนที่จะเสิร์ฟเสร็จ จะต้องทำการแก้ไขทันที แต้มที่เล่นไปแล้วจะนำมานับเหมือนการเล่นปกติด้วย

ข้อ 28 จำนวนเซตที่จะแข่งขัน (Maximum Number Of Sets)

ในการแข่งขันแต่ละคู่ (Match) จะแข่งขันอย่างมากเพียงห้าเซต คู่ที่มีสตรีลงแข่งด้วยให้แข่งขันเพียงสามเซต

ข้อ 29 หน้าที่ของเจ้าหน้าที่สนาม (Rolf Of Court Officials)

ในการแข่งขันที่มีการแต่งตั้งผู้ตัดสิน (Umpire) คำตัดสินของผู้ตัดสินถือเป็นที่สุด แต่ในการแข่งขันที่มีการแต่งตั้งผู้ชี้ขาด (Referee) ข้ออุทธรณ์คำตัดสินในปัญหาเกี่ยวกับกฎข้อบังคับ (Question of Law) จะอยู่ในดุลพินิจของผู้ชี้ขาด และในกรณีต่างๆข้างต้นนั้นคำชี้ขาดของผู้ชี้ขาดถือเป็นที่สุด

ในการแข่งขันที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วย (เช่นผู้กำกับเส้น กรรมการเนตและกรรมการฟุตฟอล์ต) คำตัดสินของกรรมการผู้ช่วยในปัญหาข้อเท็จจริง (Question Of Fact) ถือเป็นที่สุดเว้นแต่ผู้ตัดสินจะให้คำตัดสินนั้นผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง ผู้ตัดสินมีสิทธิ์เปลี่ยนคำตัดสินของกรรมการผู้ช่วยหรือขานเล็ตก็ได้ กรณีที่กรรมการผู้ช่วยไม่สามารถให้คำตัดสินได้จะต้องรีบแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบทันที และผู้ตัดสินจะเป็นผู้ตัดสินในกรณีนั้น แต่ถ้าผู้ตัดสินไม่อาจตัดสินในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นได้อีก ผู้ตัดสินอาจขานเล็ตก็ได้

ในการแข่งขันเดวิส คัพ และการแข่งขันประเภททีมอื่นๆ ซึ่งผู้ชี้ขาดประจำอยู่ในสนามด้วยคำตัดสินทุกชนิด (Any Decision) อาจเปลี่ยนได้โดยผู้ชี้ขาดและผู้ชี้ขาดอาจสั่งให้ผู้ตัดสินขานเล็ตก็ได้

ถ้าเกิดความมืดหรือสภาพของสนามหรือสภาพของอากาศไม่ดีพอ ผู้ชี้ขาดอาจใช้ดุลพินิจของตนเองสั่งเลื่อนการแข่งขันออกไปเมื่อใดก็ได้ ในการเลื่อนการแข่งขันในทุกกรณี แต้มที่ได้หรือเสียและตำแหน่งการเล่นที่เป็นอยู่ก่อนการเลื่อนต้องถือเหมือนเดิม นอกจากผู้ชี้ขาดและผู้เล่นทุกคนจะตกลงให้เป็นอย่างอื่น

ปัญหาที่ 1: ผู้ตัดสินขานว่าเล็ต แต่ผู้เล่นค้านว่าจะเล่นแต้มนั้นใหม่ไม่ได้ กรณีนี้จะให้ผู้ชี้ขาดทำการชี้ขาดได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ได้ เพราะในปัญหาเกี่ยวกับกฎข้อบังคับ (Question Of Law) อันเป็นกรณีเกี่ยวกับการนำกฎข้อบังคับมาปรับ (Application) กับข้อเท็จจริง ผู้ตัดสินจะต้องตัดสินเป็นอันดับแรกต่อเมื่อผู้ตัดสินไม่มีความมั่นใจหรือผู้เล่นคัดค้านคำตัดสินของผู้ตัดสิน ผู้ชี้ขาดจะต้องทำการชี้ขาดปัญหานั้นและคำชี้ขาดนั้นถือว่าเป็นที่สุด

ปัญหาที่ 2: ลูกถูกขานว่า “ออก” แต่ผู้เล่นค้านว่าเป็นลูกดี กรณีนี้จะให้ผู้ชี้ขาดทำการชี้ขาดได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ เพราะในปัญหาเกี่ยวข้อกับข้อเท็จจริง (Question Of Fact) อันเป็นกรณีที่ต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น จะต้องถือว่าคำตัดสินของเจ้าหน้าที่ในสนาม (The On-Court Officials) เป็นที่สุด

ปัญหาที่ 3: ผู้ตัดสินจะเปลี่ยนคำตัดสินของผู้กำกับเส้นเมื่อจบการแข่งขันแต้มนั้นแล้วได้หรือไม่ ในเมื่อผู้ตัดสินเห็นว่าผู้กำกับเส้นขานผิดอย่างแน่นอน ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ นอกจากผู้ตัดสินเห็นว่าคู่ต่อสู้ถูกขัดขวาง อย่างไรก็ตามผู้ตัดสินมีสิทธิ์เปลี่ยนคำตัดสินของผู้กำกับเส้นได้ แต่จะต้องเปลี่ยนทันทีเมื่อพบข้อผิดพลาด

ปัญหาที่ 4: ผู้กำกับเส้นขานว่า “ออก” แต่ผู้ตัดสินมองเห็นลูกนั้นไม่ชัดเจนแต่คิดว่าเป็นลูกดีผู้ตัดสินจะเปลี่ยนคำตัดสินของผู้กำกับเส้นได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ ผู้ตัดสินจะเปลี่ยนคำตัดสินได้ต่อเมื่อมั่นใจว่าคำตัดสินนั้นไม่ถูกต้องเท่านั้นกรณีผู้กำกับเส้นขานว่า “ดี” ผู้ตัดสินจะเปลี่ยนคำตัดสินได้ต่อเมื่อผู้ตัดสินมองเห็นพื้นสนาม (Space) ที่อยู่ระหว่างลูกกับเส้นขณะลูกสัมผัสพื้นสนามเท่านั้น

ปัญหาที่ 5: หลังจากผู้ตัดสินให้ผู้เล่นคนหนึ่งได้แต้มแล้วผู้กำกับเส้นจะเปลี่ยนคำตัดสินของตนเองได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ได้ หากผู้กำกับเส้นมั่นใจว่าตนตัดสินผิดพลาดมีสิทธิ์ทำให้ถูกต้อง (Correction) ได้ แต่ต้องทำโดยทันที

ปัญหาที่ 6: ผู้กำกับเส้นขานว่า “ออก” แต่ผู้เล่นค้านว่าลูกนั้นดี ผู้ตัดสินจะเปลี่ยนคำตัดสินของผู้กำกับเส้นได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้ ผู้ตัดสินไม่าจเปลี่ยนคำตัดสินของผู้กำกับเส้นในกรณีอันเนื่องมาจากมีการคัดค้านหรืออุทธรณ์ของผู้เล่น

ข้อ 30 เวลาสำหรับแข่งขันและหยุดพัก (Countinuous Play & Rest Periods)

การแข่งขันจะต้องดำเนินต่อเนื่องกันตั้งแต่เริ่มเสิร์ฟลูกแรกจนกระทั่งจบการแข่งขันคู่นั้นยกเว้นในกรณีต่อไปนี้ (1) เมื่อเสิร์ฟลูกแรกเสีย ต้องเสิร์ฟลูกที่สองโดยไม่ช้า ผู้รับต้องอยู่ในสภาพเดียวกับผู้เสิร์ฟคือ ต้องพร้อมที่จะรับเมื่อผู้เสิร์ฟพร้อมที่จะเสิร์ฟเมื่อมีการเปลี่ยนข้าง ระยะเวลาตั้งแต่จบเกมก่อนเปลี่ยนข้างถึงการเสิร์ฟลูกแรกของเกมที่เปลี่ยนข้างแล้วต้องไม่เกินหนึ่งนาทีสามสิบวินาที ผู้ตัดสินจะใช้ดุลพินิจตัดสินในกรณีที่มีการทำให้การแข่งขันไม่สามารถดำเนินไปได้โดยต่อเนื่อง ผู้จัดการแข่งขันระหว่างประเทศที่สหพันธ์เทนนิสระหว่างประเทศ (I.T.F.) รับรองอาจจะขยายเวลาของการแข่งขันแต่ละแต้มออกไปได้อีกแต่ต้องไม่เกินยี่สิบห้าวินาที

(2) ต้องมิให้การแข่งขันใดยุติลงหรือถูกถ่วงเวลาหรือถูกขัดขวางมิให้แข่งขันอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งหมายที่จะรอให้ผู้เล่นคนใดมีร่างการแข็งแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่มีการบาดเจ็บโดยอุบัติเหตุ (Accidental Injury) ผู้ตัดสินอาจอนุญาตให้หยุดพักได้หนึ่งครั้ง ซึ่งต้องไม่เกินสามนาที ผู้จัดการแข่งขันระหว่างประเทศที่สหพันธ์เทนนิสระหว่างประเทศรับรอง อาจขยายเวลาหยุดพักเพราะบาดเจ็บโดยอุบัติเหตุจากสามนาทีเป็นห้านาทีก็ได้

(3) ถ้าเสื้อผ้าของผู้เล่น รองเท้า ถุงเท้าหรืออุปกรณ์การเล่น (นอกจากไม้เทนนิส) เกิดบกพร่องขึ้นจนกระทั่งไม่สามารถที่จะเล่นได้หรือไม่สะดวกที่จะเล่นต่อไป ผู้ตัดสินอาจอนุญาตให้หยุดพักเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องได้

(4) เมื่อมีความจำเป็น ผู้ตัดสินอาจสั่งให้หยุดการแข่งขันในเวลาใดก็ได้ตามที่เห็นควร

(5) เมื่อได้แข่งขันจนหมดเซตที่สาม หรือกรณีที่สตรีลงแข่งขันด้วยเมื่อจบเซตที่สองคู่แข่งขันมีสิทธิ์หยุดพัก (Rest) ได้ไม่เกินสิบนาที ถ้าเป็นการแข่งขันในประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างละติจูดสิบห้าองศาเหนือถึงสิบห้าองศาใต้ มีสิทธิ์หยุดพักได้สี่สิบห้านาทีหรือมากกว่านั้น และถ้ามีความจำเป็นเพราะเหตุการณ์แวดล้อมพ้นวิสัยที่ผู้แข่งขันจะแก้ไขได้ ให้ผู้ตัดสินหยุดการแข่งขันไว้ได้นานเท่าที่เห็นสมควร ถ้าการแข่งขันที่ต้องหยุดลงเช่นนี้ไม่สามารถจะแข่งขันในวันนั้นได้อีกคู่แข่งขันมีสิทธิ์พักหลังจากจบเซตที่สาม (หรือจบเซตที่สอง กรณีมีสตรีลงแข่งขันด้วย) ของวันรุ่งขึ้นสำหรับการแข่งขันเซต ถ้าการแข่งขันต้องหยุดลงและไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ภายในสิบนาทีของวันนั้นสิทธิ์ที่จะพักต้องอยู่หลังจากจบการแข่งขันเซตที่สาม (หรือจบเซตที่สองกรณีมีสตรีลงแข่งขันด้วย) ของการแข่งขันที่เริ่มใหม่สำหรับการแข่งขันที่ค้างอยู่นั้นให้นับเป็นหนึ่งเซต ข้อบังคับเรื่องนี้ประเทศใดและหรือคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะดัดแปลงหรือไม่ถือเป็นหลักในการแข่งขันของตนก็ได้ ยกเว้นการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศระหว่างประเทศ (Davis Cup & Federration Cup) แต่จะต้องประกาศให้ทราบโดยทั่วกันก่อนเริ่มการแข่งขันครั้งนั้น

(6) คณะกรรมการจัดการแข่งขันมีสิทธิ์กำหนดระยะเวลาสำหรับการอุ่นเครื่อง (Warm up) ซึ่งต้องไม่เกิน 5 นาที และจะต้องประกาศให้ทราบก่อนเริ่มการแข่งขันนั้นด้วย

(7) กรณีที่มีการนำระบบลงโทษตัดคะแนน (Point Penalty and Non-Accumulative Point Penalty System) มาใช้ ผู้ตัดสิน (Umpire) จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินเกี่ยวกับการลงโทษตัดคะแนน

(8) เมื่อผู้ตัดสินได้เตือนผู้เล่นที่กระทำผิดกติกาที่ว่าการแข่งขันต้องดำเนินไปโดยต่อเนื่องครั้งหนึ่งแล้ว ผู้ตัดสินมีอำนาจไล่ผู้กระทำผิดออกจากการแข่งขัน (Disqualify) ได้

ข้อ 31 การสอน (Coaching)

ในระหว่างการแข่งขันประเภททีม ผู้เล่นมีสิทธิ์ได้รับการสอนจากหัวหน้าทีม (Captain) ซึ่งนั่งอยู่ในสนามได้ในขณะเปลี่ยนข้างเมื่อจบเกม เว้นแต่ขณะเปลี่ยนข้างในเกมไท-เบรก สำหรับการแข่งขันประเภทอื่น ไม่อนุญาตให้มีการสอนผู้เล่นในระหว่างการแข่งขัน บทบัญญัติของกติกาข้อนี้จะต้องนำมาใช้บังคับอย่างจริงจัง เมื่อมีการเตือนผู้เล่นที่ฝ่าฝืนกติกาข้อนี้ครั้งหนึ่งแล้ว หากมีการฝ่าฝืนกติกาข้อนี้อีก ผู้เล่นอาจถูกไล่ออกจากการแข่งขัน (Disqualify) ได้ในกรณีที่มีการนำระบบการลงโทษตัดคะแนนมาใช้ผู้ตัดสินมีอำนาจตัดคะแนนผู้ฝ่าฝืนนั้นได้

ปัญหาที่ 1: ควรมีการเตือนหรือไล่ออกจากการแข่งขันในกรณีที่ผู้เล่นได้รับการสอนโดยวิธีให้สัญญาณ ข้อชี้ขาด: ผู้ตัดสินต้องเตือนหรือไล่ออกจากการแข่งขันทันทีที่รู้ว่ามีการสอนด้วยวาจา หรือสัญญาณ หากผู้ตัดสินไม่รู้ว่ามีการสอนดังกล่าว ผู้เล่นคนใดอาจแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบก็ได้

ปัญหาที่ 2: ระหว่างการหยุดพักสิบนาทีในกรณีการแข่งขันห้าเซตหรือในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการแข่งขันต่อไปได้ และผู้เล่นได้ออกไปนอกสนาม ผู้เล่นมีสิทธิ์ได้รับการสอน หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ได้ ในกรณีดังกล่าวนั้น เมื่อผู้เล่นไม่ได้อยู่ในสนามไม่มีข้อจำกัดใดๆ เกี่ยวกับการสอน หมายเหตุ: คำว่า “การสอน” รวมถึงคำแนะนำหรือคำสั่งให้ปฏิบัติตามด้วย

ข้อ 32 การเปลี่ยนลูก (Changing Balls)

ในกรณีที่จะมีการเปลี่ยนลูกตามจำนวนเกมที่กำหนดไว้ หากไม่ได้เปลี่ยนลูกตามจำนวนเกมที่กำหนดไว้เดิมก็ให้เปลี่ยนลูกเมื่อผู้เล่นประเภทคู่ขาของผู้เล่นประเภทคู่ซึ่งควรจะได้เสิร์ฟลูกซึ่งเปลี่ยนใหม่ถึงรอบที่เสิร์ฟในครั้งต่อไป และในการเปลี่ยนลูกครั้งต่อไปจะต้องเปลี่ยนตามจำนวนเกมที่ได้ตกลงไว้เดิม

ข้อ 33 การแข่งขันประเภทคู่ (The Doubles Game)

กติกาต่างๆที่ระบุมาแล้วข้างต้น ให้อนุโลมนำมาใช้แต่การแข่งขันประเภทคู่ด้วย เว้นแต่ที่จะกล่าวต่อไปนี้

ข้อ 34 สนามประเภทคู่ (Doubles Court)

สำหรับการแข่งขันประเภทคู่ สนามจะต้องกว้าง 36 ฟุต (10.79 เมตร) คือกว้างกว่าสนามสำหรับการแข่งขันประเภทเดี่ยวข้างละ 4 1/2 ฟุต (11.37 เมตร) ส่วนของเส้นข้างของสนามประเภทเดี่ยว (Singles Side-Lines) ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นเสิร์ฟทั้งสองข้างเรียกว่าเส้นเสิร์ฟข้าง (Service Side-Lines) นอกจากนี้รูปร่างของสนามคงมีลักษณะคล้ายคลึงกับที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 1 แต่เส้นข้างของสนามประเภทเดี่ยว (Singles Side-Lines) ระหว่างเส้นหลังและเส้นเสิร์ฟของแต่ละข้างตาข่ายจะไม่ตีเส้นไว้ก็ได้ถ้าต้องการ

ข้อ 35 ลำดับการเสิร์ฟ (Order Of Service In Doubles)

ลำดับการเสิร์ฟจะต้องพิจจารณาจัดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเซตของแต่ละเซต ดังนี้ ฝ่ายที่จะต้องเป็นผู้เสิร์ฟในเกมแรกของแต่ละเซตจะต้องตกลงว่าจะให้ผู้เล่นคนใดของฝ่ายตนเสิร์ฟในเกมแรก และฝ่ายตรงข้ามก็จะกระทำเช่นเดียวกันโดยพิจารณาว่าจะให้ผู้เล่นคนใดของตนเสิร์ฟในเกมที่สอง ต่อจากนั้นคู่ขา (Partner) ของผู้เสิร์ฟเกมแรกจะเป็นผู้เสิร์ฟในเกมที่สาม และคู่ขาของผู้เสิร์ฟในเกมที่สองจะเป็นผู้เสิร์ฟในเกมที่สี่ และจะเรียงลำดับการเสิร์ฟเช่นนี้เรื่อยไปจนกระทั่งจบเซตนั้น

ปัญหา: ในการแข่งขันประเภทคู่ ผู้เล่นคนหนึ่งไม่มาปรากฏตัวตามเวลาแข่งขัน คู่ขาของผู้เล่นที่ไม่มานั้นจะขอแข่งขันคนเดียวต่อสู้สองคนได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ไม่ได้

ข้อ 36 ลำดับการรับ (Order Of Receiving In Doubles)

ลำดับการรับลูกเสิร์ฟจะต้องพิจารณาจัดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเซต ของแต่ละเซตดังต่อไปนี้ ฝ่ายที่จะต้องเป็นผู้รับลูกเสิร์ฟในเกมแรก จะต้องตกลงใจว่าจะให้ผู้เล่นคนใดของฝ่ายตนรับลูกเสิร์ฟแรก และผู้เล่นคนนั้นจะต้องเป็นผู้รับลูกเสิร์ฟลูกแรกของเกมคี่ทุกเกมจนกว่าจะจบเซตนั้นฝ่ายตรงข้ามกระทำเช่นเดียวกัน โดยพิจารณาว่าจะให้ผู้เล่นคนใดของฝ่ายตนรับลูกเสิร์ฟลูกแรกของเกมที่สอง และผู้เล่นคนนั้นจะต้องเป็นผู้รับลูกเสิร์ฟลูกแรกของเกมคู่ทุกเกม จนกว่าจะจบเซตนั้น ผู้เล่นทั้งสองคนของฝ่ายรับลูกเสิร์ฟจะต้องผลัดกันรับลูกเสิร์ฟคนละครั้งสลับกันตลอดไปจนจบเกม

ปัญหาที่ 1: ในการแข่งขันประเภทคู่ คู่ขาของผู้เสิร์ฟหรือคู่ขาของผู้รับลูกเสิร์ฟจะยืนอยู่ในตำแหน่งที่บังสายตาของผู้รับลูกเสิร์ฟได้หรือไม่ ข้อชี้ขาด: ได้ คู่ขาของผู้เสิร์ฟหรือคู่ขาของผู้รับลูกเสิร์ฟจะยืนในตำแหน่งใดๆก็ได้ตามต้องการ ในด้านของตาข่ายที่เป็นของตน ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกสนาม

ข้อ 37 การเสิร์ฟผิดลำดับ (Service Out Of Turn in Doubles)

ถ้าคู่ขาของผู้เล่นฝ่ายใดเสิร์ฟลูกก่อนถึงลำดับของตน ให้คู่ขาซึ่งถึงลำดับจะต้องเสิร์ฟทำการเสิร์ฟแทนทันทีที่ได้พบข้อผิดพลาด แต้มที่ได้หรือเสียไปแล้วหรือลูกเสิร์ฟที่เสียไปแล้วก่อนพบข้อผิดพลาดคงนับด้วย ถ้าพบข้อผิดพลาดเมื่อจบเกมแล้วให้คงใช้ลำดับการเสิร์ฟตามที่ผิดพลาดนั้นต่อไป

ข้อ 38 ลำดับการรับผิดพลาด (Error In Order Of Receiving In Doubles)

ถ้าในระหว่างการแข่งขันเกมใด ลำดับการรับลูกเสิร์ฟได้เปลี่ยนไปโดยฝ่ายรับลูกเสิร์ฟให้ลำดับการรับลูกเสิร์ฟในเกมที่ได้พบข้อผิดพลาดเป็นไปตามที่ผิดพลาดนั้นจนจบเกม แต่ในเกมต่อไปจะต้องจัดลำดับการรับลูกเสิร์ฟให้ถูกต้องตามที่ได้จัดไว้เดิมตั้งแต่เริ่มต้นเซตจนกระทั่งจบเซต

ข้อ 39 เสิร์ฟเสีย (Service Fault In Dorbles)

ลูกเสิร์ฟจะเป็นลูกเสียต่อเมื่อมีเหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 10 หรือเมื่อลูกสัมผัสคู่ขาของผู้เสิร์ฟหรือสิ่งใดที่เขาสวมหรือถืออยู่ แต่ถ้าลูกเสิร์ฟนั้นมิได้เป็นเล็ตตามที่ระบุไว้ในกติกาข้อ 14 (1) แต่ไปสัมผัสคู่ขาของผู้รับลูกเสิร์ฟหรือสิ่งใดที่เขาสวมหรือถืออยู่ก่อนสัมผัสพื้น ผู้เสิร์ฟนั้นจะเป็นผู้ได้แต้ม

ข้อ 40 การตีโต้ลูก (Playing The Ball In Doubles)

ผู้แข่งขันแต่ละฝ่ายจะต้องผลัดกันตีลูกฝ่ายละครั้งสลับกัน ถ้าผู้แข่งขันคนใดเอาไม้เทนนิสกระทบลูกที่กำลังอยู่ในการเล่นผิดกติกาข้อนี้ให้ฝ่ายตรงข้ามได้แต้มนั้น หมายเหตุ: ถ้ามิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น กติกาข้างต้นทั้งหมดนี้ ใช้บังคับทั้งผู้เล่นหญิงและชาย

cradit : www.siamsport.com ,https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA