ไทม์ไลน์วิกฤตหนี้ ตัวละครหลักในเศรษฐกิจ
ไทม์ไลน์โดยละเอียดของเหตุการณ์หลัก
- ต้นทศวรรษ 1900 (โดยเฉพาะช่วง “Rolling Twenties”):
- เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวหลังสงครามโลกครั้งที่ 1.
- เทคโนโลยีและอารยธรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นในอเมริกา (เช่น วิทยุ, รถยนต์).
- การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ทำให้เศรษฐกิจมีโมเมนตัมที่ดี รายได้โต หนี้ต่ำ และมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก.
- ยุคแห่งความเฟื่องฟู ความฟู่ฟ่า ทุกอย่างดูดีมาก.
- ทศวรรษที่ 1920 (ช่วงวิกฤตการณ์เงินเฟ้อในเยอรมนี):
- เยอรมนีประสบภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง (Hyperinflation) หลังสงครามโลกครั้งที่ 1.
- รัฐบาลพิมพ์เงินจำนวนมากเพื่อชำระค่าปฏิกรรมสงคราม.
- ค่าเงินมาร์ค (Mark) ลดค่าลงอย่างรวดเร็ว.
- มีการเจรจาค่าปฏิกรรมสงครามกับพันธมิตร ทำให้จำนวนเงินลดลง.
- เยอรมนีเปลี่ยนสกุลเงินใหม่เพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ.
- ช่วงปี 1928-1937:
- ปี 1929: เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ในสหรัฐอเมริกา.
- ฟองสบู่วัตถุทางเศรษฐกิจแตก.
- ผู้คนเริ่มกังวล ความเชื่อมั่นหายไป มีการแห่ถอนเงินออกจากธนาคาร (Bank Run).
- เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง (Deep Recession).
- รัฐบาลและธนาคารกลางใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การพิมพ์เงิน (QE) แต่ตอนแรกอาจไม่เพียงพอหรือไม่ประสานงานกัน.
- มีการปรับโครงสร้างหนี้ และใช้มาตรการรัดเข็มขัด.
- เศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัว นำไปสู่ “กระบวนการลดหนี้อย่างราบรื่น (Beautiful Deleveraging)”.
- ประมาณต้นทศวรรษ 1980s:
- เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ในช่วงที่ “อีโก้” สูง มั่นใจว่าตลาดหุ้นจะตกอย่างรุนแรง.
- มีการเปิดสถานะ Short ในหุ้น และ Long ในตราสารหนี้.
- ตลาดไม่ได้เป็นไปตามที่คาด ทำให้ Bridge Water Associate เกือบจะล้มละลาย.
- เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรย์ ดาลิโอ หันมาใช้แนวคิด “จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองคิดถูก”.
- ประมาณปี 1997:
- วิกฤตต้มยำกุ้งเกิดขึ้นในประเทศไทย.
- ปัญหาเกิดจากการพึ่งพาเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก.
- มีการตรึงค่าเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐฯ.
- เงินทุนต่างประเทศเริ่มไหลออกเมื่อพื้นฐานเศรษฐกิจดูเกินมูลค่า.
- เงินบาทอ่อนค่าอย่างรุนแรง.
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศพยุงค่าเงิน.
- เงินทุนสำรองหมดหน้าตัก ทำให้ต้องตัดสินใจลอยตัวค่าเงินบาท.
- วิกฤตนำไปสู่ปัญหาหนี้จำนวนมาก.
- เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนให้ประเทศไทยปรับปรุงระบบนโยบายเศรษฐกิจและการเงิน.
- ประมาณปี 2003-2004:
- เรย์ ดาลิโอ เริ่มเห็นความผิดปกติในตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤต.
- เขาพัฒนาเครื่องมือภายในที่เรียกว่า “Depression Gauge” เพื่อประเมินตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ความผิดปกติ.
- Bridge Water Associate เตรียมรับมือวิกฤตล่วงหน้า 5-6 ปี.
- ประมาณปี 2007-2008:
- วิกฤตซับไพรม์ (Subprime Mortgage Crisis) หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger Crisis) เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา.
- ปัญหาเกิดจากความมั่นใจที่มากเกินไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์และการกู้ยืมที่ขาดความระมัดระวัง (เช่น สินเชื่อซับไพรม์).
- มีการลงทุนในสินทรัพย์ที่ซับซ้อน เช่น Derivative ที่ซ้อน Derivative.
- นักลงทุนและสถาบันการเงินประสบปัญหาหนี้เสียจำนวนมาก.
- เรย์ ดาลิโอ มีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และทำเนียบขาว.
- รัฐบาลและธนาคารกลางสหรัฐฯ ใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อพยุงระบบการเงินและเศรษฐกิจ.
- วิกฤตครั้งนี้เป็นกรณีศึกษาโดยละเอียดในหนังสือ “Big Debt Crises”.
- วิกฤตจบลงเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้.
- ปี 2018:
- เรย์ ดาลิโอ ตีพิมพ์หนังสือ “Big Debt Crises” เวอร์ชัน Original เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีวิกฤตปี 2008.
- ตอนแรกตีพิมพ์เป็น Boxset 3 เล่ม.
- กลางปี 2019:
- หนังสือ “Principle” ภาคภาษาไทยเริ่มวางจำหน่าย.
- ปิยศักดิ์ ดวงบัณฑิตกุล (บอย) เห็น “Principle” แปลไทย จึงสอบถามสำนักพิมพ์เกี่ยวกับ “Big Debt Crises” ฉบับแปลไทย.
- ปิยศักดิ์ ดวงบัณฑิตกุล (บอย) เริ่มแปลหนังสือ “Big Debt Crises” ภาคภาษาไทย.
- ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ประมาณ 2020-2022):
- เกิดการระบาดของโควิด-19.
- เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยวในประเทศไทย.
- รัฐบาลและธนาคารกลางใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและพยุงธุรกิจ.
- เศรษฐกิจไทยมีการขาดดุลงบประมาณเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย.
- ประเทศไทยเผชิญภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น Supply disruption และราคาพลังงาน.
- หนี้ภาคครัวเรือน (Household Debt) ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น.
- Ray Dalio เผยแพร่วิดีโอ “How the Economic Machine Works”.
- Ray Dalio เผยแพร่วิดีโออธิบายแนวคิดจากหนังสือ “Changing World Order”.
- ประมาณปลายปี 2021 – ต้นปี 2022:
- หนังสือ “Big Debt Crises” ฉบับ Original ถูก Revision และตีพิมพ์ใหม่ในรูปแบบเล่มเดียวปกสีดำ.
- เดือนมีนาคม 2022:
- หนังสือ “Big Debt Crises” ภาคภาษาไทย เริ่มจัดส่งให้กับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้า.
- มีกิจกรรม Maruey Book Talk เกี่ยวกับหนังสือ “Big Debt Crises”.
- มีการพูดคุยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และผลกระทบของสงคราม.
- เมษายน 2022:
- คาดว่าหนังสือ “Big Debt Crises” ภาคภาษาไทย จะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป.
- ในอนาคตอันใกล้ (ไม่ระบุช่วงเวลาที่แน่นอน):
- หนังสือ “Principle” ฉบับการ์ตูนภาคภาษาไทย จะวางจำหน่าย.
- หนังสือ “Changing World Order” ภาคภาษาไทย กำลังอยู่ในระหว่างการแปลโดย ปิยศักดิ์ ดวงบัณฑิตกุล (บอย) และคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือน.
- ปรากฏตัวในรายการ INVESTHINK EP 28.
- ผู้ดำเนินรายการหรือผู้ร่วมพูดคุย.
- คุณ ปั๊บ (จอมทรัพย์):
- ผู้ดำเนินรายการ Maruey Book Talk.
- อดีตผู้บริหารสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือ “Principle” ภาคภาษาไทย.
- สัมภาษณ์ปิยศักดิ์ ดวงบัณฑิตกุล (บอย) เกี่ยวกับประสบการณ์การแปลหนังสือ “Big Debt Crises”.
- Tim Geithner (ทิม ไกต์เนอร์):
- อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ในช่วงวิกฤตปี 2008.
- เป็นผู้เขียนหนังสือ “Stress Test” ซึ่งให้มุมมองเกี่ยวกับการรับมือวิกฤตจากฝั่งนโยบายการคลัง.
- เป็นหนึ่งในผู้เขียนหนังสือ “Firefighting”.
- Ben Bernanke (เบน เบอร์นันเก้):
- อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วงวิกฤตปี 2008.
- เป็นผู้เขียนหนังสือ “The Courage to Act” ซึ่งให้มุมมองเกี่ยวกับการรับมือวิกฤตจากฝั่งนโยบายการเงิน.
- เป็นหนึ่งในผู้เขียนหนังสือ “Firefighting”.
- Hank Paulson (แฮงค์ พอลสัน):
- เป็นหนึ่งในผู้เขียนหนังสือ “Firefighting”.
- มีบทบาทในการรับมือวิกฤตการเงินปี 2008 (อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ก่อน Tim Geithner).
- Robert Shiller (โรเบิร์ต ชิลเลอร์):
- นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม.
- ผู้เขียนหนังสือ “เอาชนะฟองสบู่ อย่างรู้สัญญาณตลาดล่ม” (Irrational Exuberance).
- เป็นคนแรกๆ ที่มองเห็นฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ก่อนวิกฤตปี 2008 แต่ Timing อาจคลาดเคลื่อน.
- รองศาสตราจารย์ ดร. บรรพจน์ กำเนิดศิริ:
- ผู้เขียนหนังสือ “4 มหาจักรวรรดิ เส้นทางแห่งการล่มสลาย”.
- อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
- หนังสือของท่านเป็นแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด “Changing World Order”.
ข้อมูลเหล่านี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่คุณให้มาเท่านั้นครับ














