พบกับ 4 ปรัชญา
แต่ละปรัชญาเปรียบเสมือน "เลนส์" ที่ช่วยให้เรามองเห็นหุ้นในมิติที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การบริหารความเสี่ยงไปจนถึงการมองหา Edge ทางคณิตศาสตร์
🛡️ Paul Tudor Jones
ผู้จัดการความเสี่ยง
"เป้าหมายของผมคือการเล่นเกมรับที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเล่นเกมรุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"
⚡ Linda Raschke
นักล่า Edge
"รูปแบบกราฟที่สวยงามโดยไม่มี Volume ก็เป็นแค่ภาพวาดที่สวยงามเท่านั้น"
📈 Ed Seykota
นักสถิติและค่าคาดหวัง
"ชนะหรือแพ้ ทุกคนได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการจากตลาด"
⏳ Richard Dennis
ปรมาจารย์แห่งวินัย
"ผมไม่ได้พยายามคาดเดาตลาด ผมแค่รอจังหวะที่ได้เปรียบที่สุด แล้วค่อยลงมือ"
เวิร์กโฟลว์สู่ความสำเร็จ
ใช้ปรัชญาเป็นกระบวนการคัดกรองตามลำดับ เพื่อหาหุ้นเกรด A+ ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด
ด่านที่ 1: ถาม Dennis (ผู้คุมกฎ)
"หุ้นตัวนี้ควรค่าแก่การเสียเวลาวิเคราะห์ต่อหรือไม่?"
ด่านที่ 2: ถาม Raschke (นักล่า Setup)
"Setup สวยงามและน่าสนใจหรือไม่?"
ด่านที่ 3: ถาม PTJ (ผู้จัดการความเสี่ยง)
"ความเสี่ยงในการเข้าเทรดครั้งนี้จัดการได้หรือไม่?"
ด่านที่ 4: ถาม Seykota (นักสถิติ)
"การเทรดนี้มี Edge ทางคณิตศาสตร์ในระยะยาวหรือไม่?"
🏆 หุ้นเกรด A+
โอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด
เจาะลึกตัวชี้วัดสำคัญ
การวิเคราะห์ไม่ได้จบแค่การดูราคา แต่คือการทำความเข้าใจตัวเลขเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจ
องค์ประกอบของคะแนน AI
คะแนนรวมคือการถ่วงน้ำหนักจากมุมมองของแต่ละปรัชญา โดยให้ความสำคัญกับ 'Edge' และ 'การบริหารความเสี่ยง' มากที่สุด
พลังของ Volume (แนวคิด Raschke)
การ Breakout ที่แท้จริงต้องได้รับการยืนยันจากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กราฟนี้แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่มาพร้อมกับ 'เชื้อเพลิง'
สมการค่าคาดหวัง (แนวคิด Seykota)
ในระยะยาว ผลกำไรไม่ได้มาจาก 'การชนะบ่อย' แต่มาจาก 'การชนะให้มากกว่าที่เสีย' สมการนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ Win Rate จะต่ำ แต่ถ้าค่าเฉลี่ยกำไร (Avg Win) สูงพอ พอร์ตก็ยังเติบโตได้
การเปรียบเทียบ Risk/Reward (แนวคิด PTJ)
PTJ จะมองหาการเทรดที่ให้ผลตอบแทนอย่างน้อย 2 เท่าของความเสี่ยง (1:2 R:R Ratio) เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าการชนะเพียงครั้งเดียวสามารถชดเชยการขาดทุนได้หลายครั้ง