Latest Posts

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: สรุปภาพรวมและกลยุทธ์การลงทุน 9-13 มิ.ย. 2568

ตลาดหุ้นไทยในช่วงปัจจุบัน (สัปดาห์ที่ 9-13 มิถุนายน 2568) เผชิญกับความผันผวนจากหลากหลายปัจจัย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนและสร้างความผันผวนให้กับตลาดมากที่สุดได้แก่:

ปัจจัยภายในประเทศที่สร้างความผันผวน

  • สถานการณ์ทางการเมือง: ประเด็นการเมืองภายในประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดและสร้างความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนัดไต่สวนคดีของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 13 มิถุนายน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและความเชื่อมั่นของนักลงทุน. นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งล้วนเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด.
  • การปรับลดน้ำหนักหุ้น DELTA: การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะจำกัดน้ำหนัก (Capped Weight) ของหุ้นรายตัวในดัชนี SET50 และ SET100 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันและกองทุน Passive/Index Funds มีแนวโน้มที่จะต้องทยอยปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น DELTA ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นล่วงหน้าแล้ว. การปรับตัวลงของ DELTA ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูง ได้กดดันดัชนี SET และ SET50 อย่างมีนัยสำคัญ.
  • แรงขายหุ้นขนาดใหญ่: ตลาดเผชิญกับแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่หลายตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดัชนีโดยรวม.

ปัจจัยภายนอกประเทศที่สร้างความผันผวนและขับเคลื่อนตลาด

  • ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนและนโยบายภาษี: แม้จะมีความคืบหน้าเชิงบวกจากการเจรจาที่เป็น “ข้อตกลงหยุดยิง” ชั่วคราว 90 วัน, แต่ท่าทีของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงสร้างความผันผวน. กระทรวงการคลังระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรง (สินค้าส่งออกไทยราคาสูงขึ้น กระทบความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะ MSMEs) และทางอ้อม (เศรษฐกิจโลกและคู่ค้าชะลอตัว).
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ: นักลงทุนให้ความสนใจกับการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคม ที่จะประกาศในวันที่ 11 มิถุนายน. หากตัวเลขสูงกว่าที่คาดการณ์ อาจเพิ่มความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งจะส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงและอาจทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทย. นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรก็เป็นตัวชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ.
  • กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow): การไหลเข้า-ออกของเงินทุนจากต่างชาติเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดหุ้นไทย. ตลาดเอเชียและตลาดเกิดใหม่อย่างไทยยังคงผันผวนจากการที่เงินทุนต่างชาติยังไม่ไหลกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ.

ปัจจัยประคองตลาด/เชิงบวก (แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะขับเคลื่อนตลาดอย่างมีนัยสำคัญ)

  • เม็ดเงินจากกองทุน Thai ESGX: คาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าสู่กองทุน Thai ESGX ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งอาจช่วยพยุงตลาดได้.
  • Valuation ของตลาดหุ้นไทย: โดยรวมยังไม่แพงนักเมื่อเทียบกับในอดีตและตลาดหุ้นในภูมิภาค.
  • การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว: การบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวได้ดี ตามกำลังซื้อในประเทศและรายได้ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 36.5 ล้านคนในปี 2568.

โดยสรุปแล้ว ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศและการปรับโครงสร้างดัชนีที่ส่งผลต่อหุ้น DELTA เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นไทยโดยตรงในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจที่ส่งผลต่อกระแสเงินทุนทั่วโลก.

Latest Posts

spot_imgspot_img

Don't Miss